



โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม (Filler) คืออะไร?
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม (Filler) คือการใช้สารประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาใช้เพื่อเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว ลดความลึกของร่องบางตำแหน่ง หรือช่วยปรับสัดส่วนของใบหน้า เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ริมฝีปาก คาง หรือขมับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ และผลลัพธ์รวมถึงระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
หมอสรุปให้ใน 30 วินาที
ถ้าคนไข้มีเวลาอ่านเพียงนิดเดียว หมออยากสรุปแบบนี้ค่ะ
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หมอได้มีโอกาสดูแลคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องการปรับรูปหน้าค่อนข้างหลากหลายค่ะ สิ่งที่หมอสังเกตเห็นอย่างหนึ่ง คือคนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาพร้อมประโยคว่า "หมอคะ อยากฉีดฟิลเลอร์" แต่มักจะเริ่มต้นด้วยคำถามแบบนี้มากกว่า
บางคนเปิดรูปเก่าในโทรศัพท์ให้หมอดู แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า "หมอ เมื่อก่อนหน้าหนูเป็นแบบนี้" หมอเชื่อว่าหลายคนเคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน — ไม่ได้อยากหน้าเปลี่ยน ไม่ได้อยากเป็นคนละคน แต่แค่อยากให้ตัวเองกลับมาดูสดใสขึ้น ดูพักผ่อนเพียงพอ หรือดูเหมือนตอนที่อายุน้อยกว่านี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเริ่มสนใจโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มค่ะ
แต่ในขณะเดียวกัน หมอก็พบว่าคนไข้จำนวนไม่น้อยยังมีความกังวลอยู่ เช่น ฟิลเลอร์อันตรายไหม ฉีดแล้วหน้าจะเปลี่ยนหรือเปล่า อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องเติมบ่อยไหม ใช้กี่ cc ยี่ห้อไหนดี หมอจึงตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อให้คนไข้ได้ข้อมูลที่ครบทั้งข้อดี ข้อจำกัด และข้อควรระวัง ก่อนตัดสินใจดูแลตัวเองค่ะ
ทำความรู้จักสารเติมเต็มมากขึ้น
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม หรือที่หลายคนเรียกว่า Filler คือการใช้สารประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่อุ้มน้ำได้ดีและพบได้ตามธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่แล้ว ในทางการแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาใช้สารเติมเต็มเพื่อช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว ลดความลึกของร่องบางตำแหน่ง หรือช่วยปรับสัดส่วนของใบหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล
สารเติมเต็มสามารถใช้ดูแลได้หลายบริเวณ เช่น
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะกับการฉีดทุกตำแหน่ง แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะใบหน้า ปัญหาที่กังวล และเป้าหมายของคนไข้ร่วมกันก่อนเสมอค่ะ
แล้วสารเติมเต็มทำงานอย่างไร?
หลายคนเข้าใจว่า "ฟิลเลอร์คือการเอาสารไปดันผิว" จริง ๆ แล้วหลักการทำงานมีรายละเอียดมากกว่านั้นค่ะ สาร HA มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ เมื่อแพทย์ฉีดในตำแหน่งที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มปริมาตรให้บริเวณนั้น และอาจทำให้ร่องหรือบริเวณที่ยุบตัวดูเต็มขึ้น
และเพราะ HA เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะค่อย ๆ สลายสารเติมเต็มตามกระบวนการธรรมชาติ ทำให้สารประเภทนี้ไม่ใช่สารถาวร ระยะเวลาการคงอยู่จึงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
เมื่ออายุมากขึ้น ทำไมหลายคนจึงเริ่มสนใจ?
หมอชอบอธิบายเรื่องนี้ให้คนไข้ฟังด้วยตัวอย่างง่าย ๆ ค่ะ ลองนึกถึงลูกโป่งใบหนึ่ง ตอนเพิ่งเป่าลมใหม่ ๆ จะดูตึง เรียบ และมีรูปทรงชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลมค่อย ๆ ลดลง ลูกโป่งก็เริ่มยุบตัว ใบหน้าของเราก็มีการเปลี่ยนแปลงคล้ายกันเมื่ออายุมากขึ้น เช่น
สิ่งเหล่านี้ทำให้บางคนเริ่มมีร่องใต้ตา บางคนร่องแก้มลึกขึ้น บางคนขมับตอบ ดังนั้นจุดประสงค์ของสารเติมเต็มจึงไม่ใช่เพียงเพื่อ "เพิ่มความสวย" แต่ในบางกรณีอาจใช้เพื่อช่วยปรับสมดุลของใบหน้า หรือเติมเต็มบริเวณที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ตามการประเมินของแพทย์ค่ะ
4 ความเชื่อที่หมอเจอบ่อย
ฟิลเลอร์ทำให้หน้าเปลี่ยนจนจำตัวเองไม่ได้
การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ตำแหน่งที่ฉีด และปริมาณที่ใช้ หลายคนต้องการเพียงให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้
ยิ่งใช้หลาย cc ยิ่งสวย
ไม่จำเป็นค่ะ สิ่งสำคัญคือการเลือกตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อเหมือนกัน
สารเติมเต็มแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกัน แพทย์จะเลือกให้เหมาะกับตำแหน่งและวัตถุประสงค์ในการดูแล
ทุกคนต้องเติมเหมือนรีวิวในอินเทอร์เน็ต
รีวิวเป็นเพียงตัวอย่างของผู้รับบริการแต่ละราย แนวทางที่เหมาะกับเราอาจต่างออกไป จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง
โปรแกรมนี้เหมาะกับใครบ้าง?
หมออยากเริ่มด้วยคำนี้ก่อนนะคะ — "ไม่มีหัตถการไหนที่เหมาะกับทุกคน" แม้โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มจะได้รับความนิยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องทำ โดยทั่วไป แพทย์อาจพิจารณาการใช้สารเติมเต็มในคนไข้ที่มีลักษณะ เช่น
- ต้องการดูแลบริเวณที่มีการยุบตัวของเนื้อเยื่อ
- มีร่องใต้ตาที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า
- มีร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากที่กังวล
- ต้องการปรับสัดส่วนบางส่วน เช่น ริมฝีปาก คาง หรือขมับ
- ต้องการดูแลโดยไม่ต้องผ่าตัด และยอมรับได้ว่าผลลัพธ์ไม่ใช่แบบถาวร
อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการประเมินของแพทย์เป็นสำคัญค่ะ
ฟิลเลอร์ริมฝีปาก (Lip Filler)
การใช้สาร HA เพื่อช่วยปรับรูปทรง เพิ่มความอิ่มฟู หรือปรับสมดุลของริมฝีปาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะริมฝีปากเดิมและการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล
หมอเล่าให้ฟัง
มีคนไข้หลายคนเข้ามาแล้วพูดกับหมอประมาณนี้ค่ะ
"หมอ หนูไม่ได้อยากได้ปากสายฝอนะ หนูแค่อยากให้เวลาทาลิปแล้วสวยขึ้น"
หมอชอบคำตอบแบบนี้มาก เพราะจริง ๆ แล้ว คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาปรึกษาไม่ได้ต้องการให้ริมฝีปากเปลี่ยนไปจนคนจำไม่ได้ สิ่งที่หลายคนต้องการ คือ "ขอเป็นเวอร์ชันที่สดใสขึ้นของตัวเอง" บางคนมีริมฝีปากค่อนข้างบางตั้งแต่กำเนิด บางคนพออายุมากขึ้นก็เริ่มสูญเสียความอิ่มฟู บางคนมุมปากตกจนใบหน้าดูเหมือนกำลังเหนื่อยตลอดเวลา
สิ่งแรกที่หมอทำ จึงไม่ใช่การหยิบเข็มขึ้นมาฉีด แต่เป็นการนั่งคุยกับคนไข้ก่อน เพราะริมฝีปากที่สวยของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางคนชอบทรงธรรมชาติ บางคนอยากเพิ่มความชุ่มชื้นมากกว่าการเพิ่มขนาด เมื่อเข้าใจความต้องการแล้ว หมอจึงค่อยประเมินว่าแนวทางใดเหมาะกับคนไข้ที่สุด
บางครั้งคนไข้เปิดรูปดาราให้หมอดูแล้วบอกว่า "เอาแบบนี้" หมอเข้าใจนะคะ แต่ริมฝีปากเป็นเพียงส่วนหนึ่งของใบหน้า ถ้าเราเอารูปทรงของอีกคนมาใส่ในใบหน้าเรา ผลลัพธ์อาจไม่ได้ออกมาเหมือนในรูป หมอจึงให้ความสำคัญกับคำว่า "เหมาะกับใบหน้าของคนไข้" มากกว่าคำว่า "เหมือนในรูป" ค่ะ
ฟิลเลอร์ใต้ตา
อาจเหมาะกับคนไข้ที่มีร่องใต้ตาซึ่งทำให้เกิดเงาและทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ทั้งนี้แพทย์จะประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากร่องใต้ตา ถุงใต้ตา หรือสาเหตุอื่น เพราะแต่ละกรณีใช้แนวทางไม่เหมือนกัน
ถ้าถามหมอว่าตำแหน่งไหนที่ทำให้คนไข้รู้สึกว่า "หน้าดูโทรม" มากที่สุด หมอคงตอบว่า "ใต้ตา" ค่ะ คนไข้หลายคนมักบอกหมอว่า
หลายครั้งคนไข้คิดว่าตัวเองมีใต้ตาดำ แต่เมื่อหมอตรวจจริง กลับพบว่าสิ่งที่ทำให้ดูคล้ำไม่ใช่สีผิว แต่เป็น "เงา" ที่เกิดจากร่องใต้ตาที่ลึกขึ้น เมื่อแสงตกกระทบจึงทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย ทั้งที่สีผิวจริงไม่ได้คล้ำมาก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หมอตรวจใต้ตาค่อนข้างละเอียด เพราะใต้ตาไม่ได้มีปัญหาแบบเดียว บางคนเป็นร่องใต้ตา บางคนเป็นถุงไขมัน บางคนเกิดจากผิวบาง บางคนมีหลายสาเหตุร่วมกัน และแต่ละสาเหตุก็อาจต้องใช้แนวทางที่แตกต่างกัน หมอจึงไม่อยากให้คนไข้ตัดสินใจจากรีวิวเพียงอย่างเดียว เพราะภาพที่เห็นอาจเป็นคนละปัญหากับของเราค่ะ
ใต้ตาเป็นบริเวณที่หมอใช้เวลาประเมินค่อนข้างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างสำคัญหลายส่วน หมอจึงอยากให้คนไข้เผื่อเวลาสำหรับการพูดคุยและตรวจประเมินก่อนทำ ไม่ต้องรีบตัดสินใจจากภาพรีวิวหรือโปรโมชั่นค่ะ
ฟิลเลอร์แก้มส้ม (Cheek Filler)
อาจช่วยเติมเต็มบริเวณหน้าแก้มที่ยุบตัว ทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และสาเหตุของปัญหาในแต่ละบุคคล
ทำไมหมอถึงให้ความสำคัญกับ "แก้มส้ม"
เวลาคนไข้ส่องกระจก ส่วนใหญ่มักมองเห็นแค่ร่องแก้ม ใต้ตา หรือคาง แต่หมอกลับใช้เวลาดู "หน้าแก้ม" ค่อนข้างมาก เพราะบริเวณนี้เปรียบเสมือนฐานรองรับของใบหน้าส่วนกลาง
เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบริเวณนี้อาจเปลี่ยนแปลง ทำให้ใบหน้าดูแบน ขาดมิติ และบางครั้งส่งผลให้ร่องแก้มดูชัดขึ้นด้วย ในบางราย หากแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม การเติมบริเวณแก้มส้มอาจช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใสขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเติมร่องแก้มโดยตรง นี่คือเหตุผลที่หมอมักบอกคนไข้ว่า อย่าดูแค่จุดที่เป็นปัญหา แต่ให้ดูทั้งใบหน้าร่วมกัน
ฟิลเลอร์กรอบหน้า (Jawline)
อาจใช้เพื่อช่วยปรับสัดส่วนของแนวกรามหรือกรอบหน้าในบางกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และสาเหตุของปัญหา
กรอบหน้าไม่ชัด เกิดจากอะไร?
นี่เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมาก คำตอบคือ...ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวค่ะ คนไข้สองคนอาจมีกรอบหน้าไม่ชัดเหมือนกัน แต่สาเหตุอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น ไขมันสะสมใต้คาง ผิวหย่อนคล้อย คางสั้น แนวกระดูกกรามไม่เด่น หรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อตามวัย
ดังนั้นการดูแลจึงแตกต่างกัน บางคนเหมาะกับสารเติมเต็ม บางคนเหมาะกับการยกกระชับ บางคนอาจใช้หลายวิธีร่วมกัน — ไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคนค่ะ
หลายคนดูแลใบหน้ามาอย่างดี แต่ลืมว่า "มือ" ก็บอกอายุได้เช่นกัน เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อใต้ผิวหลังมืออาจลดลงจนเห็นเส้นเอ็นและเส้นเลือดชัดขึ้น ในบางกรณีที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม อาจใช้สารเติมเต็มช่วยให้หลังมือดูอิ่มขึ้นได้
แต่ละตำแหน่งเหมาะกับปัญหาแบบไหน
| ตำแหน่ง | เหมาะกับปัญหา |
|---|---|
| ริมฝีปาก | ปากบาง ปากไม่สมดุล มุมปากตก |
| ใต้ตา | ร่องใต้ตา ใบหน้าดูอ่อนล้า |
| คาง | คางสั้น คางถอย ปรับสัดส่วนใบหน้า |
| ขมับ | ขมับตอบ หน้าดูขาดมิติ |
| แก้มส้ม | หน้าแบน ขาดมิติ |
| ร่องแก้ม | ร่องจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อ |
| ร่องน้ำหมาก | ร่องบริเวณมุมปาก |
| กรอบหน้า | กรอบหน้าไม่ชัดในบางกรณี |
| หลังมือ | หลังมือที่ดูยุบตัวตามวัย |
ใช้กี่ cc?
ไม่มีจำนวน cc ที่เหมาะกับทุกคนค่ะ การเลือกปริมาณขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการดูแล โครงสร้างใบหน้าเดิม และการประเมินของแพทย์ หลายคนถามหมอว่า
"เพื่อนใช้แค่ 1 cc ทำไมหมอบอกหนูมากกว่านั้น?"
จริง ๆ แล้ว จำนวน cc ไม่ใช่ตัววัดว่าทำได้ดีหรือไม่ หมอชอบเทียบกับการตัดเสื้อค่ะ — คนสูง 150 ซม. กับคนสูง 175 ซม. คงไม่ใช้ผ้าเท่ากัน ใบหน้าก็เช่นเดียวกัน แม้จะมีปัญหาเหมือนกัน แต่โครงสร้างเดิมต่างกัน จึงใช้ปริมาณไม่เท่ากัน
| ตำแหน่ง | ปริมาณที่อาจพบได้ |
|---|---|
| ริมฝีปาก | 1–2 cc |
| ใต้ตา | 1–2 cc |
| คาง | 1–3 cc |
| ขมับ | 2–4 cc |
| ร่องแก้ม | 1–2 cc ต่อข้าง |
| แก้มส้ม | 2–4 cc |
| กรอบหน้า | 2–6 cc |
ตารางนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ปริมาณจริงต้องประเมินโดยแพทย์
เวลาหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หมออยากให้ใช้ "จำนวน cc" และ "ระยะเวลาคงอยู่" เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ ปัญหาของเราคืออะไร เกิดจากสาเหตุไหน และแนวทางใดเหมาะกับเรา บางครั้งคนไข้กังวลเรื่องร่องแก้ม แต่ต้นเหตุจริงอาจอยู่ที่แก้มส้มหรือขมับ เมื่อรักษาที่ต้นเหตุ ภาพรวมของใบหน้าก็มักดีขึ้นโดยไม่ต้องเติมทุกจุดค่ะ
เข้าที่กี่วัน · อยู่ได้นานแค่ไหน
หลังฉีดกี่วันเข้าที่?
หลายคนอยากรู้ว่า "ฉีดวันนี้ พรุ่งนี้สวยเลยไหม" — บางรายเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ระยะแรกอาจมีอาการบวม รอยเข็ม หรือรอยช้ำ ซึ่งพบได้ในบางราย เมื่ออาการบวมค่อย ๆ ลดลง จึงประเมินผลได้ชัดเจนขึ้น ระยะเวลาเข้าที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
อยู่ได้นานแค่ไหน?
ไม่มีคำตอบที่ใช้ได้กับทุกคน ขึ้นกับชนิดผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น และการดูแลตัวเองหลังทำ เช่น ริมฝีปากที่ขยับตลอดเวลา อาจมีระยะคงอยู่ต่างจากคางหรือขมับ หมอจึงอธิบายตามตำแหน่งและผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้กับคนไข้แต่ละราย
หมอเลือกสารเติมเต็มให้แต่ละคนอย่างไร
มีคนไข้หลายคนถามหมอว่า "หมอคะ วันนี้หนูเอายี่ห้อไหนดี" ทุกครั้งหมอจะตอบคล้าย ๆ กันว่า "หมอขอดูหน้าก่อนนะคะ" คนไข้หลายคนหัวเราะ แต่จริง ๆ แล้วนี่คือคำตอบที่สำคัญที่สุดค่ะ เพราะหมอไม่ได้เริ่มจาก "วันนี้จะใช้ยี่ห้ออะไร" แต่เริ่มจาก "คนไข้คนนี้ต้องการอะไร" สิ่งที่หมอดูพร้อมกันมีดังนี้
ตำแหน่งที่ต้องการดูแล
ใต้ตา ริมฝีปาก คาง ขมับ — แต่ละตำแหน่งต้องการคุณสมบัติของสารไม่เหมือนกัน
ความหนาของผิว
บางคนผิวค่อนข้างบาง บางคนผิวหนา การเลือกผลิตภัณฑ์จึงต่างกัน
อายุ
คนอายุ 25 กับ 55 ปี แม้จะกังวลเรื่องเดียวกัน แนวทางดูแลก็อาจไม่เหมือนกัน
การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
ริมฝีปากและร่องแก้มขยับตลอดเวลา ต่างจากคางหรือขมับที่ขยับน้อยกว่า
ความคาดหวังของคนไข้
อันนี้สำคัญที่สุด บางคนขอ "ไม่ให้ใครรู้ว่าทำมา" บางคนอยากดูอิ่มขึ้นนิดหนึ่ง — ไม่มีผิดหรือถูก หน้าที่หมอคือช่วยอธิบายว่าแนวทางไหนเหมาะกับเป้าหมายของคนไข้ที่สุด
หมอเข้าใจนะคะ แต่ความจริงคือ ดาราคนนั้นอาจใช้คนละรุ่น คนละตำแหน่ง คนละปริมาณ และมีโครงสร้างใบหน้าคนละแบบกับเรา การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรเริ่มจาก "ใบหน้าของเรา" ไม่ใช่ "ใบหน้าของคนอื่น" เมื่อคนไข้รู้ว่าสิ่งที่อยากแก้จริง ๆ คืออะไร หมอจะช่วยเลือกแนวทางและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนไข้แต่ละคนเองค่ะ
⚠︎ ความเสี่ยงและข้อควรทราบ
ทุกหัตถการมีความเสี่ยงที่ควรรับทราบก่อนตัดสินใจค่ะ อาการที่อาจพบได้ เช่น
- บวม แดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำในระยะแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้น
- อาการก้อนหรือความไม่สม่ำเสมอในบางราย
- ในกรณีที่พบได้น้อย อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์
การฉีดโดยแพทย์ที่ประเมินและวางแผนอย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้ ช่วยลดความเสี่ยงลง คนไข้ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และประวัติการแพ้ให้แพทย์ทราบก่อนทำเสมอ
เตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างไร
ก่อนทำ
- เข้ารับการประเมินและพูดคุยเป้าหมายกับแพทย์
- แจ้งประวัติสุขภาพ ยาประจำ และประวัติการแพ้
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงก่อนทำตามคำแนะนำ
- หากมีนัดสำคัญ เผื่อเวลาสำหรับอาการบวม/ช้ำในระยะแรก
หลังทำ
- ดูแลบริเวณที่ทำตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัดหรือการนวดกดบริเวณนั้นในช่วงแรก
- สังเกตอาการ หากผิดปกติให้ติดต่อคลินิก
- มาตามนัดติดตามผลเพื่อประเมินร่วมกับแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม?
ฉีดแล้วหน้าจะเปลี่ยนจนจำไม่ได้ไหม?
ต้องเติมบ่อยไหม / อยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังทำบวมกี่วัน?
ควรเลือกยี่ห้อไหนดี?
อยากรู้ว่าแนวทางไหนเหมาะกับใบหน้าของคุณ?
หมอไม่อยากให้คนไข้กังวลว่า "ต้องใช้ยี่ห้ออะไร" แต่อยากให้เริ่มจากคำถามว่า "สิ่งที่เราอยากแก้จริง ๆ คืออะไร" แล้วเข้ามาประเมินร่วมกับหมอค่ะ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์และความเหมาะสมของแต่ละหัตถการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม (Filler) คืออะไร? เจ็บไหม
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีดสารเติมเต็ม
สารบัญ
- โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม คือ ?
- สารเติมเต็มฉีดจุดไหนได้บ้าง
- ฉีดสารเติมเต็มแต่ละจุดใช้กี่ cc
- ฉีดสารเติมเต็มกี่วันเห็นผล กี่วันเข้าที่
- สารเติมเต็มอยู่ได้กี่เดือน
- สารเติมเต็มยี่ห้อไหนดี รวม 3 ยี่ห้อที่คนนิยมฉีดมากที่สุด
- สารเติมเต็มแท้ที่ผ่าน อย. ดูยังไง
- How to เตรียมตัวก่อนฉีดสารเติมเต็ม
- การดูแลตัวเองหลังฉีดสารเติมเต็ม
- ฉีดสารเติมเต็มที่ไหนดี
- สารเติมเต็มราคาเท่าไหร่?
- Q&A เรื่องสารเติมเต็มที่คนถามมากที่สุด
ทางลัดสำหรับคนที่ไม่อยากทำศัลยกรรม ไม่อยากพักฟื้น กลัวการผ่าตัด การฉีดสารเติมเต็มเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้แก้ปัญหาปากไม่เป็นทรง ใต้ตาลึก ขมับตอบ แก้มตอบ โหนกแก้มสูง หน้าซูบ มีริ้วรอย การฉีดสารเติมเต็มเป็นการแก้ปัญหาที่เห็นผลทันที ช่วยเติมเต็มผิวหน้าที่เป็นร่องลึกให้เต็มและอิ่มฟูขึ้น ผิวเต่งตึง แก้ไขร่องริ้วรอยถาวร เติมปากให้อวบอิ่ม เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ปรับรูปหน้าให้ดีขึ้น
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม คือ ?
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม (Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) เพื่อเติมเต็มผิวบริเวณต่างๆ ที่ยุบตัวให้เต่งตึง ใช้เติมเต็มริ้วรอยให้ตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และยังสามารถใช้ปรับรูปหน้าได้ เช่น เติมขมับที่ตอบให้เต็ม เติมแก้มส้มให้หน้าดูอิ่มขึ้น เติมคางให้หน้าดูยาวและเรียวขึ้น ฉีดแล้วเห็นผลทันที และสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
สารเติมเต็มฉีดจุดไหนได้บ้าง
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มปาก
ฉีดสารเติมเต็มปาก คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปที่ปากบนและล่าง เพื่อเติมเต็มปากให้ดูอวบอิ่ม ตามทรงปากที่ต้องการ สามารถเติมกระจับปากหรือใช้ฉีดเพื่อยกมุมปากเพื่อแก้ไขปัญหามุมปากตก มุมปากสองข้างไม่เท่ากัน ฉีดแล้วมุมปากสองข้างจะยกขึ้นเล็กน้อย ทรงปากสวยขึ้น และเห็นผลทันทีหลังฉีด


โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มใต้ตา
ฉีดสารเติมเต็มใต้ตา คือ การฉีดสารเติมเต็มเพื่อเติมเต็มร่องใต้ตาที่ยุบลงจากการทรุดตัวของผิว แก้ปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ มีถุงใต้ตา ช่วยให้ริ้วรอยใต้ตาจางลงอย่างเห็นได้ชัด มีส่วนช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้น หน้าดูเด็กลง


โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มคาง
ฉีดสารเติมเต็มคาง หรือเติมคาง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาคางตัด หรือหน้าสั้น การเติมคางจะช่วยเติมให้คางยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หน้าดูเรียวขึ้น สมส่วนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น


โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มขมับ
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มขมับ คือ การฉีดสารเติมเต็มที่ขมับทั้งสองข้าง เพื่อเติมเต็มขมับที่ตอบและลึกให้ดูเต็มขึ้น การเติมขมับจะช่วยพรางโหนกแก้มที่สูงให้ดูละมุนขึ้น หน้าเรียวได้สัดส่วน ช่วยให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น หน้าดูเด็กลงและยกผิวบริเวณหางตาและหางคิ้วขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลทันที โดยที่ไม่ต้องทุบโหนกให้เจ็บตัว
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มร่องแก้ม
ฉีดสารเติมเต็มร่องแก้ม เป็นหัตถการที่ช่วยเติมร่องลึกข้างจมูกให้ตื้นขึ้น ทำให้หน้าดูเด็กลงอย่างชัดเจน สามารถเติมได้ตั้งแต่ตอนที่ร่องแก้มยังไม่ลึก เพื่อป้องกันไม่ให้ร่องแก้มลึกไปกว่าเดิม
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มร่องน้ำหมาก
ร่องน้ำหมากทำให้หน้าดูมีอายุและทำให้มุมปากตก สามารถฉีดสารเติมเต็มเติมร่องน้ำหมากให้ตื้นขึ้นได้ ช่วยให้ผิวใต้มุมปากเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอย และทำให้หน้าดูเด็กขึ้นอย่างชัดเจน
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มแก้มส้ม
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มแก้มส้ม หรือ สารเติมเต็มหน้าแก้ม คือการเติมสารเติมเต็มช่วงหน้าแก้มให้ดูอิ่มฟู แก้ปัญหาเนื้อแก้มด้านหน้าน้อยซึ่งทำให้หน้าแบนไม่มีมิติ การเติมแก้มส้มทำให้หน้าดูสดใสขึ้น หลายคนนิยมฉีดคู่กับสารเติมเต็มใต้ตา เพราะยิ่งฉีดคู่กันยิ่งเห็นผลชัดเจน หน้าจะดูอิ่มฟู ช่วยให้หน้าดูเด็กลง
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มกรอบหน้า
ฉีดสารเติมเต็มกรอบหน้า คือการฉีดสารเติมเต็มบริเวณกรอบหน้า ตั้งแต่คางจนถึงสันกราม เพื่อปรับสันกรามให้คมชัดขึ้น ช่วยแก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ยิ่งทำคู่กับการเติมคางจะช่วยให้หน้าเรียวได้รูปมากยิ่งขึ้น
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มหลังมือ
ฉีดสารเติมเต็มหลังมือ คือการฉีดสารเติมเต็มหลังมือที่เหี่ยวให้เต่งตึงขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้หลังมือ ปรับผิวให้เรียบเนียน และยังช่วยให้เส้นเลือดที่ปูดและเส้นเอ็นหลังมือดูเรียบขึ้น ช่วยให้หลังมือดูอวบอิ่ม ผิวดูเด็กและดูสุขภาพดีขึ้น
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มหน้าผาก
สารเติมเต็มหน้าผากเป็นจุดหนึ่งที่สามารถฉีดได้ ช่วยเติมผิวบริเวณหน้าผากที่ยุบตัวและหน้าผากแบนให้เป็นทรงและนูนมากขึ้น แต่แพทย์ส่วนใหญ่ไม่รับฉีดเพราะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดเชื่อมกับดวงตา ถ้าฉีดโดนเส้นเลือดสำคัญ สารเติมเต็มจะเข้าไปอุดตันการไหลเวียนของเลือดที่ส่งไปเลี้ยงจอประสาทตา ทำให้ตาบอดได้
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มจมูก
คือการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเน้นสันจมูกให้ชัดขึ้น เหมาะกับคนที่มีฐานจมูกอยู่แล้ว และแพทย์ส่วนใหญ่ไม่รับฉีดและไม่แนะนำให้ฉีด เพราะถ้าฉีดพลาดสารเติมเต็มจะอุดตันเส้นเลือดทำให้ตาบอดได้ สารเติมเต็มไม่คงอยู่ถาวร และอาจจะไหลมารวมกันที่ปลายจมูก ทำให้จมูกอักเสบ บวมแดงได้
สารเติมเต็มจมูกไม่เหมาะกับคนที่มีแผนจะเสริมจมูก เพราะอาจทำให้ซิลิโคนเกาะกับจมูกได้น้อย เสี่ยงซิลิโคนเบี้ยว และก่อนผ่าตัดเสริมจมูกต้องขูดสารเติมเต็มออกก่อนเสริมจมูก ซึ่งการขูดทำให้เนื้อเยื่อดีหายไปด้วย ถ้าต้องการให้สันจมูกโด่ง คม เป็นทรงสวย ควรศัลยกรรมจมูก เพราะอยู่ได้นานกว่าและไม่ต้องเติมเรื่อยๆ
ฉีดสารเติมเต็ม แต่ละจุดใช้กี่ cc
การเติมสารเติมเต็มในแต่ละจุดใช้ปริมาณต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาและการประเมินของคุณหมอ ซีรีนคลินิกรวมปริมาณเฉลี่ยของสารเติมเต็มที่ใช้เติมแต่ละจุด ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน ควรเติมให้ถึงปริมาณที่หมอแนะนำ และประเมินกับหมอก่อนฉีด

ฉีดสารเติมเต็มกี่วันเห็นผล กี่วันเข้าที่
สารเติมเต็มเป็นหัตถการที่ฉีดแล้วเห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันที อาจจะมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วง 4-5 วันแรก และจะมีรอยช้ำ รอยเข็ม เป็นเรื่องปกติ ไม่อันตราย ถ้ารู้สึกปวดสามารถกินยาแก้ปวดได้ อาการบวมจะหายเองได้ใน 7-14 วัน แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะสารเติมเต็มเป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำจะทำให้สารเติมเต็มฟู ขึ้นรูป
สารเติมเต็มอยู่ได้กี่เดือน
สารเติมเต็มอยู่ได้นานแค่ไหน? สารเติมเต็มแท้อยู่ได้กี่เดือน? ซีรีนคลินิกรวมมาให้ทุกบริเวณ สารเติมเต็มจะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ตำแหน่งที่ฉีด
- สารเติมเต็มจะอยู่ได้นานหรือไม่นาน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดด้วย ตำแหน่งที่มีการขยับบ่อยๆ เช่น ปากหรือร่องแก้ม การใช้งานผิวบริเวณนั้นบ่อยๆ ก็จะทำให้สารเติมเต็มสลายได้ง่าย จึงทำให้แต่ละตำแหน่งคงอยู่ได้ไม่เท่ากัน
รุ่นและยี่ห้อสารเติมเต็ม
- สารเติมเต็มแต่ละรุ่น ของแต่ละยี่ห้อ มีวิธีเลือกว่ายี่ห้อไหนดีเพราะแต่ละรุ่นมีขนาดโมเลกุลที่ต่างกัน และมีคุณสมบัติเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน 100% รุ่นที่เนื้อแข็งกว่า มักอยู่ได้นานกว่ารุ่นที่เนื้อนิ่ม
การดูแลตัวเองหลังฉีด
- การดูแลตัวเองให้ดีหลังฉีดสารเติมเต็มเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อยู่ได้นาน เช่น คนที่แสดงสีหน้าน้อย ไม่แสดงสีหน้าแรงๆ สารเติมเต็มร่องแก้มจะอยู่ได้นานกว่า
- หรือการหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนสูงหลังฉีด ด้วยการไม่อบซาวน่า ไม่ทำหัตถการที่ยิงความร้อนลงสู่ผิวโดยตรงช่วง 1-2 เดือนหลังฉีด ช่วยให้สารเติมเต็มสลายตัวได้ช้าลง และช่วยให้เห็นผลเต็มที่อีกด้วย

สารเติมเต็มยี่ห้อไหนดี รวม 3 ยี่ห้อที่คนนิยมฉีดมากที่สุด
Neuramis สารเติมเต็มพรีเมียมจากเกาหลีที่ฮิตที่สุดในตอนนี้
Neuramis เป็นสารเติมเต็มสัญชาติเกาหลีที่ถูกนำมาฉีดเติมเต็มมากที่สุด เพราะมีคุณภาพสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ของไทย (TH.FDA) ผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกา (US.FDA) และผ่านมาตรฐาน EDQM จากยุโรปด้วย สารเติมเต็ม Neuramis ที่ผ่าน อย. ของไทยมี 2 รุ่น
- Neuramis Deep Lidocaine หรือกล่องดำ สารเติมเต็มเกาหลีรุ่นแรกที่เข้ามาในไทย เป็นเนื้อแน่นปานกลาง อิ่มฟู ขึ้นรูปได้ง่าย เหมาะสำหรับการเติมเต็มส่วนต่างๆ บนใบหน้า มีส่วนผสมของยาชา ลดความเจ็บ
- Neuramis Volume Lidocaine กล่องทอง เป็นรุ่นที่หนืดที่สุด เนื้อแน่น ยืดหยุ่น กลืนกับผิวได้ดี คงตัวไม่ไหล ปั้นทรงได้ดี มีส่วนผสมของยาชา เหมาะกับการเติมร่องแก้ม แก้มส้ม แก้มตอบ ขมับ
Restylane สารเติมเต็มสวีเดน พรีเมียม มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย
Restylane สารเติมเต็มตัวดังจากสวีเดน ยี่ห้อนี้ถูกผลิตและใช้มานานกว่า 25 ปี เป็นสารเติมเต็มที่คนทั่วโลกนิยมฉีด เพราะมีหลายรุ่น แต่ละรุ่นมีเทคโนโลยีเฉพาะ ทำให้หมอมีตัวเลือกที่หลากหลายสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าได้ Restylane ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก US.FDA สหรัฐอเมริกาทุกรุ่น และผ่านการรับรองจาก อย. ไทย มากถึง 8 รุ่น คือ
- Restylane เนื่องจากเป็นรุ่นแรก จึงถูกเรียกว่า Restylane Classic เนื้อแข็งปานกลาง อนุภาคใหญ่ เหมาะกับริ้วรอยระดับปานกลางถึงลึก
- Restylane KYSSE เนื้อละเอียด มีความคงตัว พัฒนามาเพื่อฉีดเติมเต็มปากโดยเฉพาะ ช่วยให้ปากชุ่มชื่น อมชมพู
- Restylane Lyft เนื้อแข็ง ไม่ฟู มีความคงตัว คงรูปได้ดีที่สุด ใช้ฉีดคางและขมับได้ดี
- Restylane Vital Light เนื้ออนุภาคเล็ก ละเอียด เบา เหมาะกับการฉีดจุดเล็กๆ เก็บรายละเอียดใต้ตา ผิวชั้นตื้นๆ ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่น
- Restylane Volyme เนื้อนิ่ม ใช้เติมเต็มชั้นผิวได้ดี ทำให้ผิวอิ่มฟู เหมาะกับการเติมขมับ แก้ม ร่องแก้ม
- Restylane Refyne มีส่วนผสมของยาชา เนื้อแข็งปานกลาง ยืดหยุ่น เป็นธรรมชาติ กลืนไปกับผิว เหมาะกับคนผิวบาง และการเติมริ้วรอยตื้นๆ
- Restylane Defyne เนื้อยืดหยุ่น เหมาะกับการเติมร่องริ้วรอยจากการยิ้ม ร่องแก้ม มุมปาก
- Restylane Vital เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น เหมาะกับการเติมหน้าผากและริ้วรอยตื้นๆ
Juvederm สารเติมเต็มอเมริกา เนื้อเนียน ฮิตทั่วโลก
สารเติมเต็มสัญชาติอเมริกา เป็นที่ใช้กันทั่วโลก ผลิตโดย Allergan ใช้เทคโนโลยีเฉพาะในการผลิตแต่ละรุ่น มีมาตรฐานรองรับจาก อย. ของไทย (TH.FDA) ผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกา (US.FDA) และผ่านมาตรฐาน EDQM จากยุโรป Juvederm ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ของไทย มีมากถึง 7 รุ่น ได้แก่
- Juvederm Voluma เนื้อแข็ง ฟูระดับปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง ความหนาแน่นสูง ปั้นง่าย ฉีดแล้วไม่ไหลย้อย เหมาะในการเติมร่องแก้ม เติมแก้มตอบ คาง ขมับ
- Juvederm Volift เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น เหมาะกับคนผิวบาง ฉีดแล้วดูเป็นธรรมชาติ ไม่จับตัวเป็นก้อน นิยมใช้เติมร่องแก้มและใต้ตา
- Juvederm Volbella รุ่นที่เนื้อนิ่มที่สุดของ Juvederm เนื้อฟูละเอียด ไม่จับตัวเป็นก้อน
- Juvederm Volite เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นจึงนิยมนำมาฉีดผิวชั้นตื้นและใต้ตา หรือฉีดเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้ผิว อิ่มน้ำ ดูเด็กลง
- Juvederm Volux เนื้อแข็ง โมเลกุลใหญ่ หนาแน่นสูง ยืดหยุ่นสูง ปั้นทรงสวย คงรูปได้ดีที่สุด ใช้ฉีดเติมเต็มผิวชั้นลึก เติมคาง เติมขมับ เติมร่องลึกๆ ได้ดี
- Juvederm Ultra Plus XC เนื้อนิ่มและฟูมาก ทนต่อการขยับของใบหน้าจึงนิยมนำมาฉีดร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือฉีดปากสายฝอที่ต้องการความอวบอิ่มขั้นสุด
- Juvederm Ultra XC เนื้อนิ่ม เนียนไปกับผิว ฉีดแล้วดูเป็นธรรมชาติ ใช้ลดริ้วรอยได้ดี
นอกจาก 3 ยี่ห้อที่ครองใจสาวๆ แล้ว ยังมีสารเติมเต็ม Belotero สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ และ YVOIRE จากเกาหลีที่ผ่านการรับรองจาก อย. และเริ่มได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน
สารเติมเต็มแท้ที่ผ่าน อย. ดูยังไง
สารเติมเต็มแท้และผ่าน อย. มีคุณสมบัติสำคัญ 2 ข้อคือ สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ และเมื่อฉีดสลาย ต้องสามารถสลายได้ทันที ซีรีนคลินิกมาแชร์วิธีสังเกตสารเติมเต็มแท้ของ 3 ยี่ห้อยอดนิยม Neuramis, Restylane, Juvederm ก่อนฉีดควรเช็คอะไรบ้าง? เช็คเลย!
1. Neuramis แท้ เช็คได้จาก
- กล่องจะต้องไม่ผ่านการแกะหรือเปิดก่อน กล่องคงสภาพดี ไม่บุบ ฉลากชัดเจน
- ข้างกล่องต้องมีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน
- ข้างกล่องต้องมีฉลากที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น รุ่นที่ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุเป็นภาษาไทย ระบุชื่อบริษัท Medyceles ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
- ในกล่องต้องมีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย
- Neuramis มี QR Code ข้างกล่อง ใช้มือถือสแกนเพื่อดูข้อมูลต่างๆ เช่น รูปผลิตภัณฑ์ ชื่อผลิตภัณฑ์ ข้อมูลบริษัทที่นำเข้าและจำหน่าย และวันที่ผลิต วันหมดอายุ ตรงกับข้อมูลข้างกล่อง
2. Restylane แท้ เช็คตามนี้เลย
- กล่องจะต้องไม่ผ่านการแกะหรือเปิดก่อน กล่องคงสภาพดี ไม่บุบ ฉลากชัดเจน และสติ๊กเกอร์โมโนแกรมเขียนคำว่า VOID ติดอยู่ที่ฝากล่อง สติ๊กเกอร์จะต้องไม่ผ่านการแกะหรือลอกมาก่อน
- ข้างกล่องต้องมีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน
- ข้างกล่องต้องมีฉลากที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น รุ่นที่ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุเป็นภาษาไทย ระบุชื่อบริษัทที่นำเข้า กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด
- เลข Lots ที่ผลิตต้องตรงกันสองจุด คือ เลข Lots ข้างกล่อง และเลข Lots บนหลอด
- ในกล่องต้องมีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย
- ใช้แอปพลิเคชัน Eztracker สแกน QR Code เพื่อตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้
- เช็คข้อมูล Restylane กับบริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02 023 1800 ต่อ 402 ได้เลย
3. Juvederm ของแท้ ดูได้จาก
- กล่องจะต้องไม่ผ่านการแกะหรือเปิดก่อน กล่องคงสภาพดี ไม่บุบ ฉลากชัดเจน
- ข้างกล่องต้องมีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน
- ข้างกล่องต้องมีฉลากที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น รุ่นที่ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุเป็นภาษาไทย
- เลข Lots ที่ผลิตต้องตรงกันสี่จุด คือ เลข Lot ข้างกล่อง, เลข Lot ที่ซอง, เลข Lot บนสติกเกอร์ และเลข Lot บนหลอด
- ในกล่องต้องมีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย
- โทรเช็คเลข Lot และคลินิกที่ซื้อได้ที่บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02 640 4999 ต่อ 1
How to เตรียมตัวก่อนฉีดสารเติมเต็ม
นอกจากเช็คว่าเป็นสารเติมเต็มแท้หรือของปลอม ก่อนฉีดควรเช็คข้อมูลคลินิกและคุณหมอ และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปฉีด
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสารเติมเต็มที่จะฉีด จุดเด่นของแต่ละรุ่น/ยี่ห้อ
- เลือกคลินิกที่ซื้อสารเติมเต็มอย่างถูกต้อง จากบริษัทที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยตรง
- เลือกคุณหมอที่มีประสบการณ์สูง ต้องเป็นหมอที่มีตัวตนจริง มีเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- แจ้งประวัติการฉีดหน้าและทำศัลยกรรม
- ประวัติการแพ้ยา, ยาที่กินเป็นประจำ, โรคประจำตัว และภาวะการตั้งครรภ์กับคุณหมอก่อนการฉีดทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน
- 2 สัปดาห์ก่อนฉีด หลีกเลี่ยงการทานวิตามินและอาหารเสริมบางประเภทที่มีฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนโลหิต เช่น วิตามิน C, E เนื่องจากอาจทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่าย
- ถ้าต้องทำหัตถการบนใบหน้า เช่น นวดหน้า เลเซอร์ Ultraformer III ฉีดแฟต ฯ สามารถทำวันเดียวกันได้แต่ควรทำหัตถการอื่นให้เรียบร้อยก่อนเริ่มฉีดสารเติมเต็ม
การดูแลตัวเองหลังฉีดสารเติมเต็ม
เตรียมพร้อมก่อนฉีดไปแล้ว หลังฉีดสารเติมเต็มอย่าลืมดูแลตัวเอง เพื่อให้เห็นผลเต็มที่และไม่สลายก่อนกำหนด ซีรีนคลินิกแนะนำทริคดูแลตัวเองตามนี้
- งดนวด กด แกะ เกาหรือบีบจุดที่ฉีด และไม่ควรปั้นทรงสารเติมเต็มเอง เพื่อป้องกันการเสียรูปทรง
- หากกังวลเรื่องรอยช้ำ 4-5 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดออกกำลังกายหนัก งดวิตามินและอาหารเสริมที่ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี อาจทำให้แผลบวมและช้ำนานกว่าปกติ ถ้ามีอาการเขียวช้ำอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 7-14 วัน เป็นอาการปกติ ไม่อันตราย
- 14 วันหลังฉีด หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีความร้อนสูง เช่น งดทำซาวน่า อบไอน้ำ
- ดื่มน้ำสม่ำเสมอในปริมาณที่พอดี เพราะสารเติมเต็มจะดูดน้ำในเซลล์ ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น ฟูขึ้น ดูเป็นธรรมชาติ
- ถ้าจุดที่ฉีดมีอาการซีด ขาว ม่วง แดง ให้รีบติดต่อคลินิกที่ฉีดทันที เพราะอาการเหล่านี้อาจหมายถึงสารเติมเต็มที่ฉีดไหลเข้าเส้นเลือด ต้องรีบรักษาก่อนจะเกิดอันตราย
ฉีดสารเติมเต็มที่ไหนดี

- เช็คเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก คลินิกที่ผ่านการรับรอง ต้องแสดงใบอนุญาตในบริเวณที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน
- เช็คคลินิกที่ได้มาตรฐาน ผ่านช่องทางของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สายด่วน 1426 หรือโทร 02-1937000
- เช็คความน่าเชื่อถือของคลินิกจากรีวิวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หน้าเว็บไซต์และช่องทาง Official Page ของคลินิก
- เลือกคลินิกที่ใช้เข็มทู่ (Blunt Cannula) ในการฉีดจุดสำคัญๆ เช่น สารเติมเต็มใต้ตา สารเติมเต็มร่องแก้ม
- คลินิกที่ดีควรมีการดูแลและติดตามผลหลังฉีด และต้องมียาสลายสารเติมเต็ม (Hyaluronidase) สำหรับลูกค้าที่ต้องการสลาย ต้องฉีดสลายได้ทันที
- เช็คชื่อคุณหมอในคลินิก หมอต้องมีตัวตนอยู่จริง สามารถเช็คจากฐานข้อมูลแพทยสภา Website: checkmd.tmc.or.th หรือโทร 0 2193 7000
- โปรโมชั่นและราคาสารเติมเต็มและบริการต่างๆ สมเหตุสมผล ไม่แอบอ้างสรรพคุณเกินจริง
Zerene Clinic คลินิกฉีดสารเติมเต็มที่ทุกเคสดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาด้านการปรับรูปหน้าฟรี ใช้สารเติมเต็มแท้นำเข้าจากบริษัทยาชั้นนำระดับโลก แกะกล่องให้ดูต่อหน้า หลังฉีดนัดติดตามผลกับแพทย์เจ้าของเคสโดยตรง มั่นใจในฝีมือแพทย์ซีรีนคลินิก การันตีด้วยลูกค้าจำนวนมาก
สารเติมเต็มราคาเท่าไหร่?
สารเติมเต็มแต่ละจุด ใช้ปริมาณต่างกัน และต้องใช้รุ่นที่เหมาะกับจุดๆ นั้น ทำให้ราคาแตกต่างกัน ดังนี้


ถ้าไม่มั่นใจว่าควรฉีดกี่cc หรือฉีดยี่ห้อและรุ่นไหนแล้วจะเห็นผลดีที่สุด ปรึกษากับคุณหมอที่ Zerene Clinic ฟรี
จองคิวปรึกษาหมอ คลิก!!Q&A เรื่องสารเติมเต็มที่คนถามมากที่สุด
- คนที่ต้องการเติมเต็มจุดต่างๆ ให้ดูเต็มมากขึ้น เช่น เติมปากให้อวบอิ่ม เติมร่องแก้มให้ตื้นขึ้น เติมใต้ตาให้เต็มขึ้น
- คนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้รูปมากขึ้น จากปัญหาคางตัด ขมับตอบ แก้มตอบ กรอบหน้าไม่ชัด
- คนที่ต้องการแก้ไขริ้วรอยตามจุดต่างๆ เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยหน้าผาก
- คนที่ต้องการเติมเต็มผิวให้เรียบเนียน สม่ำเสมอ ผิวดูชุ่มชื่น