ซีรีนคลินิก Zerene Clinic | เพื่อคุณคนใหม่ ที่มั่นใจกว่าเดิม – Sync Your Beauty Goals, Specialized Support

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม (Filler) คืออะไร?

เขียนโดย พญ.เพชรไพลิน โคตรน้อย (หมอกุ๊กไก่) อ่าน ~20 นาที อัปเดต ก.ค. 2569
คำตอบแบบสั้นที่สุด

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม (Filler) คือการใช้สารประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาใช้เพื่อเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว ลดความลึกของร่องบางตำแหน่ง หรือช่วยปรับสัดส่วนของใบหน้า เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ริมฝีปาก คาง หรือขมับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ และผลลัพธ์รวมถึงระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

หมอสรุปให้ใน 30 วินาที

ถ้าคนไข้มีเวลาอ่านเพียงนิดเดียว หมออยากสรุปแบบนี้ค่ะ

ใช้สาร HA ซึ่งร่างกายค่อย ๆ สลายได้ตามธรรมชาติ — ไม่ใช่สารถาวร
ดูแลได้หลายตำแหน่ง เช่น ใต้ตา ปาก คาง ร่องแก้ม ขมับ และกรอบหน้า
ไม่ใช่ทุกคนต้องใช้จำนวน cc เท่ากัน
การเลือก "ตำแหน่ง" และ "ชนิดผลิตภัณฑ์" สำคัญกว่าการดูแค่ยี่ห้อหรือจำนวน cc
ก่อนทำควรได้รับการประเมินจากแพทย์ทุกครั้ง
หมออยากเล่าให้คนไข้ฟัง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หมอได้มีโอกาสดูแลคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องการปรับรูปหน้าค่อนข้างหลากหลายค่ะ สิ่งที่หมอสังเกตเห็นอย่างหนึ่ง คือคนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาพร้อมประโยคว่า "หมอคะ อยากฉีดฟิลเลอร์" แต่มักจะเริ่มต้นด้วยคำถามแบบนี้มากกว่า

"หมอคะ ทำไมช่วงนี้หน้าดูเหนื่อย พักผ่อนก็แล้ว แต่ทำไมยังดูโทรม"

บางคนเปิดรูปเก่าในโทรศัพท์ให้หมอดู แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า "หมอ เมื่อก่อนหน้าหนูเป็นแบบนี้" หมอเชื่อว่าหลายคนเคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน — ไม่ได้อยากหน้าเปลี่ยน ไม่ได้อยากเป็นคนละคน แต่แค่อยากให้ตัวเองกลับมาดูสดใสขึ้น ดูพักผ่อนเพียงพอ หรือดูเหมือนตอนที่อายุน้อยกว่านี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเริ่มสนใจโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มค่ะ

แต่ในขณะเดียวกัน หมอก็พบว่าคนไข้จำนวนไม่น้อยยังมีความกังวลอยู่ เช่น ฟิลเลอร์อันตรายไหม ฉีดแล้วหน้าจะเปลี่ยนหรือเปล่า อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องเติมบ่อยไหม ใช้กี่ cc ยี่ห้อไหนดี หมอจึงตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อให้คนไข้ได้ข้อมูลที่ครบทั้งข้อดี ข้อจำกัด และข้อควรระวัง ก่อนตัดสินใจดูแลตัวเองค่ะ

ทำความเข้าใจก่อน

ทำความรู้จักสารเติมเต็มมากขึ้น

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม หรือที่หลายคนเรียกว่า Filler คือการใช้สารประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่อุ้มน้ำได้ดีและพบได้ตามธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่แล้ว ในทางการแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาใช้สารเติมเต็มเพื่อช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว ลดความลึกของร่องบางตำแหน่ง หรือช่วยปรับสัดส่วนของใบหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

สารเติมเต็มสามารถใช้ดูแลได้หลายบริเวณ เช่น

ริมฝีปากใต้ตาคางขมับร่องแก้มร่องน้ำหมากแก้มส้มกรอบหน้าหลังมือ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะกับการฉีดทุกตำแหน่ง แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะใบหน้า ปัญหาที่กังวล และเป้าหมายของคนไข้ร่วมกันก่อนเสมอค่ะ

แล้วสารเติมเต็มทำงานอย่างไร?

หลายคนเข้าใจว่า "ฟิลเลอร์คือการเอาสารไปดันผิว" จริง ๆ แล้วหลักการทำงานมีรายละเอียดมากกว่านั้นค่ะ สาร HA มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ เมื่อแพทย์ฉีดในตำแหน่งที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มปริมาตรให้บริเวณนั้น และอาจทำให้ร่องหรือบริเวณที่ยุบตัวดูเต็มขึ้น

และเพราะ HA เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะค่อย ๆ สลายสารเติมเต็มตามกระบวนการธรรมชาติ ทำให้สารประเภทนี้ไม่ใช่สารถาวร ระยะเวลาการคงอยู่จึงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

เมื่ออายุมากขึ้น ทำไมหลายคนจึงเริ่มสนใจ?

หมอชอบอธิบายเรื่องนี้ให้คนไข้ฟังด้วยตัวอย่างง่าย ๆ ค่ะ ลองนึกถึงลูกโป่งใบหนึ่ง ตอนเพิ่งเป่าลมใหม่ ๆ จะดูตึง เรียบ และมีรูปทรงชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลมค่อย ๆ ลดลง ลูกโป่งก็เริ่มยุบตัว ใบหน้าของเราก็มีการเปลี่ยนแปลงคล้ายกันเมื่ออายุมากขึ้น เช่น

คอลลาเจนลดลงอีลาสตินลดลงHA ในผิวลดลงไขมันเคลื่อน/ยุบตัวกระดูกใบหน้าเปลี่ยนตามวัย

สิ่งเหล่านี้ทำให้บางคนเริ่มมีร่องใต้ตา บางคนร่องแก้มลึกขึ้น บางคนขมับตอบ ดังนั้นจุดประสงค์ของสารเติมเต็มจึงไม่ใช่เพียงเพื่อ "เพิ่มความสวย" แต่ในบางกรณีอาจใช้เพื่อช่วยปรับสมดุลของใบหน้า หรือเติมเต็มบริเวณที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ตามการประเมินของแพทย์ค่ะ

Myth vs Fact

4 ความเชื่อที่หมอเจอบ่อย

เชื่อว่า

ฟิลเลอร์ทำให้หน้าเปลี่ยนจนจำตัวเองไม่ได้

จริง ๆ

การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ตำแหน่งที่ฉีด และปริมาณที่ใช้ หลายคนต้องการเพียงให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้

เชื่อว่า

ยิ่งใช้หลาย cc ยิ่งสวย

จริง ๆ

ไม่จำเป็นค่ะ สิ่งสำคัญคือการเลือกตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน

เชื่อว่า

ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อเหมือนกัน

จริง ๆ

สารเติมเต็มแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกัน แพทย์จะเลือกให้เหมาะกับตำแหน่งและวัตถุประสงค์ในการดูแล

เชื่อว่า

ทุกคนต้องเติมเหมือนรีวิวในอินเทอร์เน็ต

จริง ๆ

รีวิวเป็นเพียงตัวอย่างของผู้รับบริการแต่ละราย แนวทางที่เหมาะกับเราอาจต่างออกไป จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง

เหมาะกับใคร

โปรแกรมนี้เหมาะกับใครบ้าง?

หมออยากเริ่มด้วยคำนี้ก่อนนะคะ — "ไม่มีหัตถการไหนที่เหมาะกับทุกคน" แม้โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มจะได้รับความนิยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องทำ โดยทั่วไป แพทย์อาจพิจารณาการใช้สารเติมเต็มในคนไข้ที่มีลักษณะ เช่น

  • ต้องการดูแลบริเวณที่มีการยุบตัวของเนื้อเยื่อ
  • มีร่องใต้ตาที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า
  • มีร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากที่กังวล
  • ต้องการปรับสัดส่วนบางส่วน เช่น ริมฝีปาก คาง หรือขมับ
  • ต้องการดูแลโดยไม่ต้องผ่าตัด และยอมรับได้ว่าผลลัพธ์ไม่ใช่แบบถาวร

อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการประเมินของแพทย์เป็นสำคัญค่ะ

ตำแหน่ง · ริมฝีปาก

ฟิลเลอร์ริมฝีปาก (Lip Filler)

คำตอบแบบสั้น

การใช้สาร HA เพื่อช่วยปรับรูปทรง เพิ่มความอิ่มฟู หรือปรับสมดุลของริมฝีปาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะริมฝีปากเดิมและการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

หมอเล่าให้ฟัง

มีคนไข้หลายคนเข้ามาแล้วพูดกับหมอประมาณนี้ค่ะ

"หมอ หนูไม่ได้อยากได้ปากสายฝอนะ หนูแค่อยากให้เวลาทาลิปแล้วสวยขึ้น"

หมอชอบคำตอบแบบนี้มาก เพราะจริง ๆ แล้ว คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาปรึกษาไม่ได้ต้องการให้ริมฝีปากเปลี่ยนไปจนคนจำไม่ได้ สิ่งที่หลายคนต้องการ คือ "ขอเป็นเวอร์ชันที่สดใสขึ้นของตัวเอง" บางคนมีริมฝีปากค่อนข้างบางตั้งแต่กำเนิด บางคนพออายุมากขึ้นก็เริ่มสูญเสียความอิ่มฟู บางคนมุมปากตกจนใบหน้าดูเหมือนกำลังเหนื่อยตลอดเวลา

สิ่งแรกที่หมอทำ จึงไม่ใช่การหยิบเข็มขึ้นมาฉีด แต่เป็นการนั่งคุยกับคนไข้ก่อน เพราะริมฝีปากที่สวยของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางคนชอบทรงธรรมชาติ บางคนอยากเพิ่มความชุ่มชื้นมากกว่าการเพิ่มขนาด เมื่อเข้าใจความต้องการแล้ว หมอจึงค่อยประเมินว่าแนวทางใดเหมาะกับคนไข้ที่สุด

💬 หมออยากฝากเรื่องหนึ่ง

บางครั้งคนไข้เปิดรูปดาราให้หมอดูแล้วบอกว่า "เอาแบบนี้" หมอเข้าใจนะคะ แต่ริมฝีปากเป็นเพียงส่วนหนึ่งของใบหน้า ถ้าเราเอารูปทรงของอีกคนมาใส่ในใบหน้าเรา ผลลัพธ์อาจไม่ได้ออกมาเหมือนในรูป หมอจึงให้ความสำคัญกับคำว่า "เหมาะกับใบหน้าของคนไข้" มากกว่าคำว่า "เหมือนในรูป" ค่ะ

ตำแหน่ง · ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา

คำตอบแบบสั้น

อาจเหมาะกับคนไข้ที่มีร่องใต้ตาซึ่งทำให้เกิดเงาและทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ทั้งนี้แพทย์จะประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากร่องใต้ตา ถุงใต้ตา หรือสาเหตุอื่น เพราะแต่ละกรณีใช้แนวทางไม่เหมือนกัน

ถ้าถามหมอว่าตำแหน่งไหนที่ทำให้คนไข้รู้สึกว่า "หน้าดูโทรม" มากที่สุด หมอคงตอบว่า "ใต้ตา" ค่ะ คนไข้หลายคนมักบอกหมอว่า

"หมอ หนูนอนวันละ 8 ชั่วโมงนะ แต่ส่องกระจกทีไรเหมือนนอนแค่ 3 ชั่วโมง"

หลายครั้งคนไข้คิดว่าตัวเองมีใต้ตาดำ แต่เมื่อหมอตรวจจริง กลับพบว่าสิ่งที่ทำให้ดูคล้ำไม่ใช่สีผิว แต่เป็น "เงา" ที่เกิดจากร่องใต้ตาที่ลึกขึ้น เมื่อแสงตกกระทบจึงทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย ทั้งที่สีผิวจริงไม่ได้คล้ำมาก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่หมอตรวจใต้ตาค่อนข้างละเอียด เพราะใต้ตาไม่ได้มีปัญหาแบบเดียว บางคนเป็นร่องใต้ตา บางคนเป็นถุงไขมัน บางคนเกิดจากผิวบาง บางคนมีหลายสาเหตุร่วมกัน และแต่ละสาเหตุก็อาจต้องใช้แนวทางที่แตกต่างกัน หมอจึงไม่อยากให้คนไข้ตัดสินใจจากรีวิวเพียงอย่างเดียว เพราะภาพที่เห็นอาจเป็นคนละปัญหากับของเราค่ะ

💬 หมอแนะนำ

ใต้ตาเป็นบริเวณที่หมอใช้เวลาประเมินค่อนข้างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างสำคัญหลายส่วน หมอจึงอยากให้คนไข้เผื่อเวลาสำหรับการพูดคุยและตรวจประเมินก่อนทำ ไม่ต้องรีบตัดสินใจจากภาพรีวิวหรือโปรโมชั่นค่ะ

ตำแหน่ง · แก้มส้ม

ฟิลเลอร์แก้มส้ม (Cheek Filler)

คำตอบแบบสั้น

อาจช่วยเติมเต็มบริเวณหน้าแก้มที่ยุบตัว ทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และสาเหตุของปัญหาในแต่ละบุคคล

ทำไมหมอถึงให้ความสำคัญกับ "แก้มส้ม"

เวลาคนไข้ส่องกระจก ส่วนใหญ่มักมองเห็นแค่ร่องแก้ม ใต้ตา หรือคาง แต่หมอกลับใช้เวลาดู "หน้าแก้ม" ค่อนข้างมาก เพราะบริเวณนี้เปรียบเสมือนฐานรองรับของใบหน้าส่วนกลาง

เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบริเวณนี้อาจเปลี่ยนแปลง ทำให้ใบหน้าดูแบน ขาดมิติ และบางครั้งส่งผลให้ร่องแก้มดูชัดขึ้นด้วย ในบางราย หากแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม การเติมบริเวณแก้มส้มอาจช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใสขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเติมร่องแก้มโดยตรง นี่คือเหตุผลที่หมอมักบอกคนไข้ว่า อย่าดูแค่จุดที่เป็นปัญหา แต่ให้ดูทั้งใบหน้าร่วมกัน

ตำแหน่ง · กรอบหน้า

ฟิลเลอร์กรอบหน้า (Jawline)

คำตอบแบบสั้น

อาจใช้เพื่อช่วยปรับสัดส่วนของแนวกรามหรือกรอบหน้าในบางกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และสาเหตุของปัญหา

กรอบหน้าไม่ชัด เกิดจากอะไร?

นี่เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมาก คำตอบคือ...ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวค่ะ คนไข้สองคนอาจมีกรอบหน้าไม่ชัดเหมือนกัน แต่สาเหตุอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น ไขมันสะสมใต้คาง ผิวหย่อนคล้อย คางสั้น แนวกระดูกกรามไม่เด่น หรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อตามวัย

ดังนั้นการดูแลจึงแตกต่างกัน บางคนเหมาะกับสารเติมเต็ม บางคนเหมาะกับการยกกระชับ บางคนอาจใช้หลายวิธีร่วมกัน — ไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคนค่ะ

💬 รวมถึง "หลังมือ" ด้วยนะคะ

หลายคนดูแลใบหน้ามาอย่างดี แต่ลืมว่า "มือ" ก็บอกอายุได้เช่นกัน เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อใต้ผิวหลังมืออาจลดลงจนเห็นเส้นเอ็นและเส้นเลือดชัดขึ้น ในบางกรณีที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม อาจใช้สารเติมเต็มช่วยให้หลังมือดูอิ่มขึ้นได้

สรุปให้เห็นภาพ

แต่ละตำแหน่งเหมาะกับปัญหาแบบไหน

ตำแหน่งเหมาะกับปัญหา
ริมฝีปากปากบาง ปากไม่สมดุล มุมปากตก
ใต้ตาร่องใต้ตา ใบหน้าดูอ่อนล้า
คางคางสั้น คางถอย ปรับสัดส่วนใบหน้า
ขมับขมับตอบ หน้าดูขาดมิติ
แก้มส้มหน้าแบน ขาดมิติ
ร่องแก้มร่องจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อ
ร่องน้ำหมากร่องบริเวณมุมปาก
กรอบหน้ากรอบหน้าไม่ชัดในบางกรณี
หลังมือหลังมือที่ดูยุบตัวตามวัย
คำถามยอดฮิต

ใช้กี่ cc?

ไม่มีจำนวน cc ที่เหมาะกับทุกคนค่ะ การเลือกปริมาณขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการดูแล โครงสร้างใบหน้าเดิม และการประเมินของแพทย์ หลายคนถามหมอว่า

"เพื่อนใช้แค่ 1 cc ทำไมหมอบอกหนูมากกว่านั้น?"

จริง ๆ แล้ว จำนวน cc ไม่ใช่ตัววัดว่าทำได้ดีหรือไม่ หมอชอบเทียบกับการตัดเสื้อค่ะ — คนสูง 150 ซม. กับคนสูง 175 ซม. คงไม่ใช้ผ้าเท่ากัน ใบหน้าก็เช่นเดียวกัน แม้จะมีปัญหาเหมือนกัน แต่โครงสร้างเดิมต่างกัน จึงใช้ปริมาณไม่เท่ากัน

ตำแหน่งปริมาณที่อาจพบได้
ริมฝีปาก1–2 cc
ใต้ตา1–2 cc
คาง1–3 cc
ขมับ2–4 cc
ร่องแก้ม1–2 cc ต่อข้าง
แก้มส้ม2–4 cc
กรอบหน้า2–6 cc

ตารางนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ปริมาณจริงต้องประเมินโดยแพทย์

💬 หมอแนะนำ

เวลาหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หมออยากให้ใช้ "จำนวน cc" และ "ระยะเวลาคงอยู่" เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ ปัญหาของเราคืออะไร เกิดจากสาเหตุไหน และแนวทางใดเหมาะกับเรา บางครั้งคนไข้กังวลเรื่องร่องแก้ม แต่ต้นเหตุจริงอาจอยู่ที่แก้มส้มหรือขมับ เมื่อรักษาที่ต้นเหตุ ภาพรวมของใบหน้าก็มักดีขึ้นโดยไม่ต้องเติมทุกจุดค่ะ

หลังทำเป็นอย่างไร

เข้าที่กี่วัน · อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังฉีดกี่วันเข้าที่?

หลายคนอยากรู้ว่า "ฉีดวันนี้ พรุ่งนี้สวยเลยไหม" — บางรายเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ระยะแรกอาจมีอาการบวม รอยเข็ม หรือรอยช้ำ ซึ่งพบได้ในบางราย เมื่ออาการบวมค่อย ๆ ลดลง จึงประเมินผลได้ชัดเจนขึ้น ระยะเวลาเข้าที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อยู่ได้นานแค่ไหน?

ไม่มีคำตอบที่ใช้ได้กับทุกคน ขึ้นกับชนิดผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น และการดูแลตัวเองหลังทำ เช่น ริมฝีปากที่ขยับตลอดเวลา อาจมีระยะคงอยู่ต่างจากคางหรือขมับ หมอจึงอธิบายตามตำแหน่งและผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้กับคนไข้แต่ละราย

เบื้องหลังการตัดสินใจ

หมอเลือกสารเติมเต็มให้แต่ละคนอย่างไร

มีคนไข้หลายคนถามหมอว่า "หมอคะ วันนี้หนูเอายี่ห้อไหนดี" ทุกครั้งหมอจะตอบคล้าย ๆ กันว่า "หมอขอดูหน้าก่อนนะคะ" คนไข้หลายคนหัวเราะ แต่จริง ๆ แล้วนี่คือคำตอบที่สำคัญที่สุดค่ะ เพราะหมอไม่ได้เริ่มจาก "วันนี้จะใช้ยี่ห้ออะไร" แต่เริ่มจาก "คนไข้คนนี้ต้องการอะไร" สิ่งที่หมอดูพร้อมกันมีดังนี้

ตำแหน่งที่ต้องการดูแล

ใต้ตา ริมฝีปาก คาง ขมับ — แต่ละตำแหน่งต้องการคุณสมบัติของสารไม่เหมือนกัน

ความหนาของผิว

บางคนผิวค่อนข้างบาง บางคนผิวหนา การเลือกผลิตภัณฑ์จึงต่างกัน

อายุ

คนอายุ 25 กับ 55 ปี แม้จะกังวลเรื่องเดียวกัน แนวทางดูแลก็อาจไม่เหมือนกัน

การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ

ริมฝีปากและร่องแก้มขยับตลอดเวลา ต่างจากคางหรือขมับที่ขยับน้อยกว่า

ความคาดหวังของคนไข้

อันนี้สำคัญที่สุด บางคนขอ "ไม่ให้ใครรู้ว่าทำมา" บางคนอยากดูอิ่มขึ้นนิดหนึ่ง — ไม่มีผิดหรือถูก หน้าที่หมอคือช่วยอธิบายว่าแนวทางไหนเหมาะกับเป้าหมายของคนไข้ที่สุด

💬 หมอไม่อยากให้เลือกคลินิกจากคำว่า "ใช้ยี่ห้อเดียวกับดารา"

หมอเข้าใจนะคะ แต่ความจริงคือ ดาราคนนั้นอาจใช้คนละรุ่น คนละตำแหน่ง คนละปริมาณ และมีโครงสร้างใบหน้าคนละแบบกับเรา การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรเริ่มจาก "ใบหน้าของเรา" ไม่ใช่ "ใบหน้าของคนอื่น" เมื่อคนไข้รู้ว่าสิ่งที่อยากแก้จริง ๆ คืออะไร หมอจะช่วยเลือกแนวทางและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนไข้แต่ละคนเองค่ะ

⚠︎ ความเสี่ยงและข้อควรทราบ

ทุกหัตถการมีความเสี่ยงที่ควรรับทราบก่อนตัดสินใจค่ะ อาการที่อาจพบได้ เช่น

  • บวม แดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำในระยะแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้น
  • อาการก้อนหรือความไม่สม่ำเสมอในบางราย
  • ในกรณีที่พบได้น้อย อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์

การฉีดโดยแพทย์ที่ประเมินและวางแผนอย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้ ช่วยลดความเสี่ยงลง คนไข้ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และประวัติการแพ้ให้แพทย์ทราบก่อนทำเสมอ

ก่อน–หลังทำ

เตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างไร

ก่อนทำ

  • เข้ารับการประเมินและพูดคุยเป้าหมายกับแพทย์
  • แจ้งประวัติสุขภาพ ยาประจำ และประวัติการแพ้
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงก่อนทำตามคำแนะนำ
  • หากมีนัดสำคัญ เผื่อเวลาสำหรับอาการบวม/ช้ำในระยะแรก

หลังทำ

  • ดูแลบริเวณที่ทำตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัดหรือการนวดกดบริเวณนั้นในช่วงแรก
  • สังเกตอาการ หากผิดปกติให้ติดต่อคลินิก
  • มาตามนัดติดตามผลเพื่อประเมินร่วมกับแพทย์
คนไข้ถามหมอบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม?
ระหว่างทำ แพทย์อาจใช้วิธีลดความรู้สึกเจ็บที่เหมาะสมกับแต่ละราย คนไข้หลายคนเข้ารับบริการได้ โดยความรู้สึกระหว่างทำแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ฉีดแล้วหน้าจะเปลี่ยนจนจำไม่ได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ปริมาณ และการวางแผนของแพทย์ หลายคนต้องการเพียงให้ดูสดใสขึ้นโดยยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้
ต้องเติมบ่อยไหม / อยู่ได้นานแค่ไหน?
เนื่องจากเป็นสารที่ร่างกายสลายได้ตามธรรมชาติ ระยะเวลาคงอยู่จึงต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับชนิดผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และการดูแลตัวเอง แพทย์จะอธิบายตามผลิตภัณฑ์และตำแหน่งที่เลือกใช้กับคนไข้แต่ละราย
หลังทำบวมกี่วัน?
อาจมีอาการบวมได้ในบางราย โดยมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา ทั้งนี้แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ควรเลือกยี่ห้อไหนดี?
ไม่มียี่ห้อใดดีที่สุดสำหรับทุกคน แพทย์จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตำแหน่ง โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของคนไข้เป็นรายบุคคล

อยากรู้ว่าแนวทางไหนเหมาะกับใบหน้าของคุณ?

หมอไม่อยากให้คนไข้กังวลว่า "ต้องใช้ยี่ห้ออะไร" แต่อยากให้เริ่มจากคำถามว่า "สิ่งที่เราอยากแก้จริง ๆ คืออะไร" แล้วเข้ามาประเมินร่วมกับหมอค่ะ

พญ.เพชรไพลิน โคตรน้อย
แพทย์ผู้ดูแล · Zerene Clinic (หมอกุ๊กไก่)

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์และความเหมาะสมของแต่ละหัตถการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

ปรึกษาหมอ
โปรแกรมสารเติมเต็ม - ซีรีนคลินิก Zerene Clinic | เพื่อคุณคนใหม่ ที่มั่นใจกว่าเดิม

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม (Filler) คืออะไร? เจ็บไหม
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีดสารเติมเต็ม

ทางลัดสำหรับคนที่ไม่อยากทำศัลยกรรม ไม่อยากพักฟื้น กลัวการผ่าตัด การฉีดสารเติมเต็มเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้แก้ปัญหาปากไม่เป็นทรง ใต้ตาลึก ขมับตอบ แก้มตอบ โหนกแก้มสูง หน้าซูบ มีริ้วรอย การฉีดสารเติมเต็มเป็นการแก้ปัญหาที่เห็นผลทันที ช่วยเติมเต็มผิวหน้าที่เป็นร่องลึกให้เต็มและอิ่มฟูขึ้น ผิวเต่งตึง แก้ไขร่องริ้วรอยถาวร เติมปากให้อวบอิ่ม เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ปรับรูปหน้าให้ดีขึ้น

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม คือ ?

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม (Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) เพื่อเติมเต็มผิวบริเวณต่างๆ ที่ยุบตัวให้เต่งตึง ใช้เติมเต็มริ้วรอยให้ตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และยังสามารถใช้ปรับรูปหน้าได้ เช่น เติมขมับที่ตอบให้เต็ม เติมแก้มส้มให้หน้าดูอิ่มขึ้น เติมคางให้หน้าดูยาวและเรียวขึ้น ฉีดแล้วเห็นผลทันที และสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ

แก้ปัญหาใบหน้า ปรับรูปหน้า เพิ่มความมั่นใจ ซีรีน คลินิก

สารเติมเต็มฉีดจุดไหนได้บ้าง

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มปาก

ฉีดสารเติมเต็มปาก คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปที่ปากบนและล่าง เพื่อเติมเต็มปากให้ดูอวบอิ่ม ตามทรงปากที่ต้องการ สามารถเติมกระจับปากหรือใช้ฉีดเพื่อยกมุมปากเพื่อแก้ไขปัญหามุมปากตก มุมปากสองข้างไม่เท่ากัน ฉีดแล้วมุมปากสองข้างจะยกขึ้นเล็กน้อย ทรงปากสวยขึ้น และเห็นผลทันทีหลังฉีด

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มใต้ตา

ฉีดสารเติมเต็มใต้ตา คือ การฉีดสารเติมเต็มเพื่อเติมเต็มร่องใต้ตาที่ยุบลงจากการทรุดตัวของผิว แก้ปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ มีถุงใต้ตา ช่วยให้ริ้วรอยใต้ตาจางลงอย่างเห็นได้ชัด มีส่วนช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น หน้าดูสดใสขึ้น หน้าดูเด็กลง

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มคาง

ฉีดสารเติมเต็มคาง หรือเติมคาง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาคางตัด หรือหน้าสั้น การเติมคางจะช่วยเติมให้คางยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หน้าดูเรียวขึ้น สมส่วนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มขมับ

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มขมับ คือ การฉีดสารเติมเต็มที่ขมับทั้งสองข้าง เพื่อเติมเต็มขมับที่ตอบและลึกให้ดูเต็มขึ้น การเติมขมับจะช่วยพรางโหนกแก้มที่สูงให้ดูละมุนขึ้น หน้าเรียวได้สัดส่วน ช่วยให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น หน้าดูเด็กลงและยกผิวบริเวณหางตาและหางคิ้วขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลทันที โดยที่ไม่ต้องทุบโหนกให้เจ็บตัว

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มร่องแก้ม

ฉีดสารเติมเต็มร่องแก้ม เป็นหัตถการที่ช่วยเติมร่องลึกข้างจมูกให้ตื้นขึ้น ทำให้หน้าดูเด็กลงอย่างชัดเจน สามารถเติมได้ตั้งแต่ตอนที่ร่องแก้มยังไม่ลึก เพื่อป้องกันไม่ให้ร่องแก้มลึกไปกว่าเดิม

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มร่องน้ำหมาก

ร่องน้ำหมากทำให้หน้าดูมีอายุและทำให้มุมปากตก สามารถฉีดสารเติมเต็มเติมร่องน้ำหมากให้ตื้นขึ้นได้ ช่วยให้ผิวใต้มุมปากเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอย และทำให้หน้าดูเด็กขึ้นอย่างชัดเจน

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มแก้มส้ม

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มแก้มส้ม หรือ สารเติมเต็มหน้าแก้ม คือการเติมสารเติมเต็มช่วงหน้าแก้มให้ดูอิ่มฟู แก้ปัญหาเนื้อแก้มด้านหน้าน้อยซึ่งทำให้หน้าแบนไม่มีมิติ การเติมแก้มส้มทำให้หน้าดูสดใสขึ้น หลายคนนิยมฉีดคู่กับสารเติมเต็มใต้ตา เพราะยิ่งฉีดคู่กันยิ่งเห็นผลชัดเจน หน้าจะดูอิ่มฟู ช่วยให้หน้าดูเด็กลง

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มกรอบหน้า

ฉีดสารเติมเต็มกรอบหน้า คือการฉีดสารเติมเต็มบริเวณกรอบหน้า ตั้งแต่คางจนถึงสันกราม เพื่อปรับสันกรามให้คมชัดขึ้น ช่วยแก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ยิ่งทำคู่กับการเติมคางจะช่วยให้หน้าเรียวได้รูปมากยิ่งขึ้น

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มหลังมือ

ฉีดสารเติมเต็มหลังมือ คือการฉีดสารเติมเต็มหลังมือที่เหี่ยวให้เต่งตึงขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้หลังมือ ปรับผิวให้เรียบเนียน และยังช่วยให้เส้นเลือดที่ปูดและเส้นเอ็นหลังมือดูเรียบขึ้น ช่วยให้หลังมือดูอวบอิ่ม ผิวดูเด็กและดูสุขภาพดีขึ้น

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มหน้าผาก

สารเติมเต็มหน้าผากเป็นจุดหนึ่งที่สามารถฉีดได้ ช่วยเติมผิวบริเวณหน้าผากที่ยุบตัวและหน้าผากแบนให้เป็นทรงและนูนมากขึ้น แต่แพทย์ส่วนใหญ่ไม่รับฉีดเพราะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดเชื่อมกับดวงตา ถ้าฉีดโดนเส้นเลือดสำคัญ สารเติมเต็มจะเข้าไปอุดตันการไหลเวียนของเลือดที่ส่งไปเลี้ยงจอประสาทตา ทำให้ตาบอดได้

โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มจมูก

คือการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเน้นสันจมูกให้ชัดขึ้น เหมาะกับคนที่มีฐานจมูกอยู่แล้ว และแพทย์ส่วนใหญ่ไม่รับฉีดและไม่แนะนำให้ฉีด เพราะถ้าฉีดพลาดสารเติมเต็มจะอุดตันเส้นเลือดทำให้ตาบอดได้ สารเติมเต็มไม่คงอยู่ถาวร และอาจจะไหลมารวมกันที่ปลายจมูก ทำให้จมูกอักเสบ บวมแดงได้
สารเติมเต็มจมูกไม่เหมาะกับคนที่มีแผนจะเสริมจมูก เพราะอาจทำให้ซิลิโคนเกาะกับจมูกได้น้อย เสี่ยงซิลิโคนเบี้ยว และก่อนผ่าตัดเสริมจมูกต้องขูดสารเติมเต็มออกก่อนเสริมจมูก ซึ่งการขูดทำให้เนื้อเยื่อดีหายไปด้วย ถ้าต้องการให้สันจมูกโด่ง คม เป็นทรงสวย ควรศัลยกรรมจมูก เพราะอยู่ได้นานกว่าและไม่ต้องเติมเรื่อยๆ

ฉีดสารเติมเต็ม แต่ละจุดใช้กี่ cc

การเติมสารเติมเต็มในแต่ละจุดใช้ปริมาณต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาและการประเมินของคุณหมอ ซีรีนคลินิกรวมปริมาณเฉลี่ยของสารเติมเต็มที่ใช้เติมแต่ละจุด ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน ควรเติมให้ถึงปริมาณที่หมอแนะนำ และประเมินกับหมอก่อนฉีด

ฉีดสารเติมเต็ม แต่ละจุดใช้กี่ cc ซีรีน คลินิก

ฉีดสารเติมเต็มกี่วันเห็นผล กี่วันเข้าที่

สารเติมเต็มเป็นหัตถการที่ฉีดแล้วเห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันที อาจจะมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วง 4-5 วันแรก และจะมีรอยช้ำ รอยเข็ม เป็นเรื่องปกติ ไม่อันตราย ถ้ารู้สึกปวดสามารถกินยาแก้ปวดได้ อาการบวมจะหายเองได้ใน 7-14 วัน แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะสารเติมเต็มเป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำจะทำให้สารเติมเต็มฟู ขึ้นรูป

สารเติมเต็มอยู่ได้กี่เดือน

สารเติมเต็มอยู่ได้นานแค่ไหน? สารเติมเต็มแท้อยู่ได้กี่เดือน? ซีรีนคลินิกรวมมาให้ทุกบริเวณ สารเติมเต็มจะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

ตำแหน่งที่ฉีด

  • สารเติมเต็มจะอยู่ได้นานหรือไม่นาน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดด้วย ตำแหน่งที่มีการขยับบ่อยๆ เช่น ปากหรือร่องแก้ม การใช้งานผิวบริเวณนั้นบ่อยๆ ก็จะทำให้สารเติมเต็มสลายได้ง่าย จึงทำให้แต่ละตำแหน่งคงอยู่ได้ไม่เท่ากัน

รุ่นและยี่ห้อสารเติมเต็ม

  • สารเติมเต็มแต่ละรุ่น ของแต่ละยี่ห้อ มีวิธีเลือกว่ายี่ห้อไหนดีเพราะแต่ละรุ่นมีขนาดโมเลกุลที่ต่างกัน และมีคุณสมบัติเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน 100% รุ่นที่เนื้อแข็งกว่า มักอยู่ได้นานกว่ารุ่นที่เนื้อนิ่ม

การดูแลตัวเองหลังฉีด

  • การดูแลตัวเองให้ดีหลังฉีดสารเติมเต็มเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อยู่ได้นาน เช่น คนที่แสดงสีหน้าน้อย ไม่แสดงสีหน้าแรงๆ สารเติมเต็มร่องแก้มจะอยู่ได้นานกว่า
  • หรือการหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนสูงหลังฉีด ด้วยการไม่อบซาวน่า ไม่ทำหัตถการที่ยิงความร้อนลงสู่ผิวโดยตรงช่วง 1-2 เดือนหลังฉีด ช่วยให้สารเติมเต็มสลายตัวได้ช้าลง และช่วยให้เห็นผลเต็มที่อีกด้วย
สารเติมเต็มอยู่ได้กี่เดือน ซีรีน คลินิก

สารเติมเต็มยี่ห้อไหนดี รวม 3 ยี่ห้อที่คนนิยมฉีดมากที่สุด

Neuramis สารเติมเต็มพรีเมียมจากเกาหลีที่ฮิตที่สุดในตอนนี้

Neuramis เป็นสารเติมเต็มสัญชาติเกาหลีที่ถูกนำมาฉีดเติมเต็มมากที่สุด เพราะมีคุณภาพสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ของไทย (TH.FDA) ผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกา (US.FDA) และผ่านมาตรฐาน EDQM จากยุโรปด้วย สารเติมเต็ม Neuramis ที่ผ่าน อย. ของไทยมี 2 รุ่น

  • Neuramis Deep Lidocaine หรือกล่องดำ สารเติมเต็มเกาหลีรุ่นแรกที่เข้ามาในไทย เป็นเนื้อแน่นปานกลาง อิ่มฟู ขึ้นรูปได้ง่าย เหมาะสำหรับการเติมเต็มส่วนต่างๆ บนใบหน้า มีส่วนผสมของยาชา ลดความเจ็บ
  • Neuramis Volume Lidocaine กล่องทอง เป็นรุ่นที่หนืดที่สุด เนื้อแน่น ยืดหยุ่น กลืนกับผิวได้ดี คงตัวไม่ไหล ปั้นทรงได้ดี มีส่วนผสมของยาชา เหมาะกับการเติมร่องแก้ม แก้มส้ม แก้มตอบ ขมับ

Restylane สารเติมเต็มสวีเดน พรีเมียม มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย

Restylane สารเติมเต็มตัวดังจากสวีเดน ยี่ห้อนี้ถูกผลิตและใช้มานานกว่า 25 ปี เป็นสารเติมเต็มที่คนทั่วโลกนิยมฉีด เพราะมีหลายรุ่น แต่ละรุ่นมีเทคโนโลยีเฉพาะ ทำให้หมอมีตัวเลือกที่หลากหลายสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าได้ Restylane ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก US.FDA สหรัฐอเมริกาทุกรุ่น และผ่านการรับรองจาก อย. ไทย มากถึง 8 รุ่น คือ

  1. Restylane เนื่องจากเป็นรุ่นแรก จึงถูกเรียกว่า Restylane Classic เนื้อแข็งปานกลาง อนุภาคใหญ่ เหมาะกับริ้วรอยระดับปานกลางถึงลึก
  2. Restylane KYSSE เนื้อละเอียด มีความคงตัว พัฒนามาเพื่อฉีดเติมเต็มปากโดยเฉพาะ ช่วยให้ปากชุ่มชื่น อมชมพู
  3. Restylane Lyft เนื้อแข็ง ไม่ฟู มีความคงตัว คงรูปได้ดีที่สุด ใช้ฉีดคางและขมับได้ดี
  4. Restylane Vital Light เนื้ออนุภาคเล็ก ละเอียด เบา เหมาะกับการฉีดจุดเล็กๆ เก็บรายละเอียดใต้ตา ผิวชั้นตื้นๆ ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่น
  5. Restylane Volyme เนื้อนิ่ม ใช้เติมเต็มชั้นผิวได้ดี ทำให้ผิวอิ่มฟู เหมาะกับการเติมขมับ แก้ม ร่องแก้ม
  6. Restylane Refyne มีส่วนผสมของยาชา เนื้อแข็งปานกลาง ยืดหยุ่น เป็นธรรมชาติ กลืนไปกับผิว เหมาะกับคนผิวบาง และการเติมริ้วรอยตื้นๆ
  7. Restylane Defyne เนื้อยืดหยุ่น เหมาะกับการเติมร่องริ้วรอยจากการยิ้ม ร่องแก้ม มุมปาก
  8. Restylane Vital เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น เหมาะกับการเติมหน้าผากและริ้วรอยตื้นๆ

Juvederm สารเติมเต็มอเมริกา เนื้อเนียน ฮิตทั่วโลก

สารเติมเต็มสัญชาติอเมริกา เป็นที่ใช้กันทั่วโลก ผลิตโดย Allergan ใช้เทคโนโลยีเฉพาะในการผลิตแต่ละรุ่น มีมาตรฐานรองรับจาก อย. ของไทย (TH.FDA) ผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกา (US.FDA) และผ่านมาตรฐาน EDQM จากยุโรป Juvederm ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ของไทย มีมากถึง 7 รุ่น ได้แก่

  1. Juvederm Voluma เนื้อแข็ง ฟูระดับปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง ความหนาแน่นสูง ปั้นง่าย ฉีดแล้วไม่ไหลย้อย เหมาะในการเติมร่องแก้ม เติมแก้มตอบ คาง ขมับ
  2. Juvederm Volift เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น เหมาะกับคนผิวบาง ฉีดแล้วดูเป็นธรรมชาติ ไม่จับตัวเป็นก้อน นิยมใช้เติมร่องแก้มและใต้ตา
  3. Juvederm Volbella รุ่นที่เนื้อนิ่มที่สุดของ Juvederm เนื้อฟูละเอียด ไม่จับตัวเป็นก้อน
  4. Juvederm Volite เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นจึงนิยมนำมาฉีดผิวชั้นตื้นและใต้ตา หรือฉีดเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้ผิว อิ่มน้ำ ดูเด็กลง
  5. Juvederm Volux เนื้อแข็ง โมเลกุลใหญ่ หนาแน่นสูง ยืดหยุ่นสูง ปั้นทรงสวย คงรูปได้ดีที่สุด ใช้ฉีดเติมเต็มผิวชั้นลึก เติมคาง เติมขมับ เติมร่องลึกๆ ได้ดี
  6. Juvederm Ultra Plus XC เนื้อนิ่มและฟูมาก ทนต่อการขยับของใบหน้าจึงนิยมนำมาฉีดร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือฉีดปากสายฝอที่ต้องการความอวบอิ่มขั้นสุด
  7. Juvederm Ultra XC เนื้อนิ่ม เนียนไปกับผิว ฉีดแล้วดูเป็นธรรมชาติ ใช้ลดริ้วรอยได้ดี

นอกจาก 3 ยี่ห้อที่ครองใจสาวๆ แล้ว ยังมีสารเติมเต็ม Belotero สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ และ YVOIRE จากเกาหลีที่ผ่านการรับรองจาก อย. และเริ่มได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน

สารเติมเต็มแท้ที่ผ่าน อย. ดูยังไง

สารเติมเต็มแท้และผ่าน อย. มีคุณสมบัติสำคัญ 2 ข้อคือ สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ และเมื่อฉีดสลาย ต้องสามารถสลายได้ทันที ซีรีนคลินิกมาแชร์วิธีสังเกตสารเติมเต็มแท้ของ 3 ยี่ห้อยอดนิยม Neuramis, Restylane, Juvederm ก่อนฉีดควรเช็คอะไรบ้าง? เช็คเลย!

1. Neuramis แท้ เช็คได้จาก

  • กล่องจะต้องไม่ผ่านการแกะหรือเปิดก่อน กล่องคงสภาพดี ไม่บุบ ฉลากชัดเจน
  • ข้างกล่องต้องมีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน
  • ข้างกล่องต้องมีฉลากที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น รุ่นที่ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุเป็นภาษาไทย ระบุชื่อบริษัท Medyceles ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
  • ในกล่องต้องมีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย
  • Neuramis มี QR Code ข้างกล่อง ใช้มือถือสแกนเพื่อดูข้อมูลต่างๆ เช่น รูปผลิตภัณฑ์ ชื่อผลิตภัณฑ์ ข้อมูลบริษัทที่นำเข้าและจำหน่าย และวันที่ผลิต วันหมดอายุ ตรงกับข้อมูลข้างกล่อง

2. Restylane แท้ เช็คตามนี้เลย

  • กล่องจะต้องไม่ผ่านการแกะหรือเปิดก่อน กล่องคงสภาพดี ไม่บุบ ฉลากชัดเจน และสติ๊กเกอร์โมโนแกรมเขียนคำว่า VOID ติดอยู่ที่ฝากล่อง สติ๊กเกอร์จะต้องไม่ผ่านการแกะหรือลอกมาก่อน
  • ข้างกล่องต้องมีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน
  • ข้างกล่องต้องมีฉลากที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น รุ่นที่ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุเป็นภาษาไทย ระบุชื่อบริษัทที่นำเข้า กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด
  • เลข Lots ที่ผลิตต้องตรงกันสองจุด คือ เลข Lots ข้างกล่อง และเลข Lots บนหลอด
  • ในกล่องต้องมีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย
  • ใช้แอปพลิเคชัน Eztracker สแกน QR Code เพื่อตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้
  • เช็คข้อมูล Restylane กับบริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02 023 1800 ต่อ 402 ได้เลย

3. Juvederm ของแท้ ดูได้จาก

  • กล่องจะต้องไม่ผ่านการแกะหรือเปิดก่อน กล่องคงสภาพดี ไม่บุบ ฉลากชัดเจน
  • ข้างกล่องต้องมีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน
  • ข้างกล่องต้องมีฉลากที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น รุ่นที่ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุเป็นภาษาไทย
  • เลข Lots ที่ผลิตต้องตรงกันสี่จุด คือ เลข Lot ข้างกล่อง, เลข Lot ที่ซอง, เลข Lot บนสติกเกอร์ และเลข Lot บนหลอด
  • ในกล่องต้องมีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย
  • โทรเช็คเลข Lot และคลินิกที่ซื้อได้ที่บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02 640 4999 ต่อ 1

How to เตรียมตัวก่อนฉีดสารเติมเต็ม

นอกจากเช็คว่าเป็นสารเติมเต็มแท้หรือของปลอม ก่อนฉีดควรเช็คข้อมูลคลินิกและคุณหมอ และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปฉีด

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสารเติมเต็มที่จะฉีด จุดเด่นของแต่ละรุ่น/ยี่ห้อ
  • เลือกคลินิกที่ซื้อสารเติมเต็มอย่างถูกต้อง จากบริษัทที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยตรง
  • เลือกคุณหมอที่มีประสบการณ์สูง ต้องเป็นหมอที่มีตัวตนจริง มีเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  • แจ้งประวัติการฉีดหน้าและทำศัลยกรรม
  • ประวัติการแพ้ยา, ยาที่กินเป็นประจำ, โรคประจำตัว และภาวะการตั้งครรภ์กับคุณหมอก่อนการฉีดทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน
  • 2 สัปดาห์ก่อนฉีด หลีกเลี่ยงการทานวิตามินและอาหารเสริมบางประเภทที่มีฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนโลหิต เช่น วิตามิน C, E เนื่องจากอาจทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่าย
  • ถ้าต้องทำหัตถการบนใบหน้า เช่น นวดหน้า เลเซอร์ Ultraformer III ฉีดแฟต ฯ สามารถทำวันเดียวกันได้แต่ควรทำหัตถการอื่นให้เรียบร้อยก่อนเริ่มฉีดสารเติมเต็ม

การดูแลตัวเองหลังฉีดสารเติมเต็ม

เตรียมพร้อมก่อนฉีดไปแล้ว หลังฉีดสารเติมเต็มอย่าลืมดูแลตัวเอง เพื่อให้เห็นผลเต็มที่และไม่สลายก่อนกำหนด ซีรีนคลินิกแนะนำทริคดูแลตัวเองตามนี้

  • งดนวด กด แกะ เกาหรือบีบจุดที่ฉีด และไม่ควรปั้นทรงสารเติมเต็มเอง เพื่อป้องกันการเสียรูปทรง
  • หากกังวลเรื่องรอยช้ำ 4-5 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดออกกำลังกายหนัก งดวิตามินและอาหารเสริมที่ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี อาจทำให้แผลบวมและช้ำนานกว่าปกติ ถ้ามีอาการเขียวช้ำอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 7-14 วัน เป็นอาการปกติ ไม่อันตราย
  • 14 วันหลังฉีด หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีความร้อนสูง เช่น งดทำซาวน่า อบไอน้ำ
  • ดื่มน้ำสม่ำเสมอในปริมาณที่พอดี เพราะสารเติมเต็มจะดูดน้ำในเซลล์ ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น ฟูขึ้น ดูเป็นธรรมชาติ
  • ถ้าจุดที่ฉีดมีอาการซีด ขาว ม่วง แดง ให้รีบติดต่อคลินิกที่ฉีดทันที เพราะอาการเหล่านี้อาจหมายถึงสารเติมเต็มที่ฉีดไหลเข้าเส้นเลือด ต้องรีบรักษาก่อนจะเกิดอันตราย

ฉีดสารเติมเต็มที่ไหนดี

ฉีดสารเติมเต็มที่ไหนดี ซีรีน คลินิก
  1. เช็คเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก คลินิกที่ผ่านการรับรอง ต้องแสดงใบอนุญาตในบริเวณที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน
  2. เช็คคลินิกที่ได้มาตรฐาน ผ่านช่องทางของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สายด่วน 1426 หรือโทร 02-1937000
  3. เช็คความน่าเชื่อถือของคลินิกจากรีวิวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หน้าเว็บไซต์และช่องทาง Official Page ของคลินิก
  4. เลือกคลินิกที่ใช้เข็มทู่ (Blunt Cannula) ในการฉีดจุดสำคัญๆ เช่น สารเติมเต็มใต้ตา สารเติมเต็มร่องแก้ม
  5. คลินิกที่ดีควรมีการดูแลและติดตามผลหลังฉีด และต้องมียาสลายสารเติมเต็ม (Hyaluronidase) สำหรับลูกค้าที่ต้องการสลาย ต้องฉีดสลายได้ทันที
  6. เช็คชื่อคุณหมอในคลินิก หมอต้องมีตัวตนอยู่จริง สามารถเช็คจากฐานข้อมูลแพทยสภา Website: checkmd.tmc.or.th หรือโทร 0 2193 7000
  7. โปรโมชั่นและราคาสารเติมเต็มและบริการต่างๆ สมเหตุสมผล ไม่แอบอ้างสรรพคุณเกินจริง

Zerene Clinic คลินิกฉีดสารเติมเต็มที่ทุกเคสดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาด้านการปรับรูปหน้าฟรี ใช้สารเติมเต็มแท้นำเข้าจากบริษัทยาชั้นนำระดับโลก แกะกล่องให้ดูต่อหน้า หลังฉีดนัดติดตามผลกับแพทย์เจ้าของเคสโดยตรง มั่นใจในฝีมือแพทย์ซีรีนคลินิก การันตีด้วยลูกค้าจำนวนมาก

สารเติมเต็มราคาเท่าไหร่?

สารเติมเต็มแต่ละจุด ใช้ปริมาณต่างกัน และต้องใช้รุ่นที่เหมาะกับจุดๆ นั้น ทำให้ราคาแตกต่างกัน ดังนี้

ถ้าไม่มั่นใจว่าควรฉีดกี่cc หรือฉีดยี่ห้อและรุ่นไหนแล้วจะเห็นผลดีที่สุด ปรึกษากับคุณหมอที่ Zerene Clinic ฟรี

จองคิวปรึกษาหมอ คลิก!!

Q&A เรื่องสารเติมเต็มที่คนถามมากที่สุด

Q: สารเติมเต็มทำงานยังไง
A: สารเติมเต็ม (Filler) หรือสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) หลังฉีดเข้าจุดที่ต้องการ จะแทรกไปตามช่องว่างใต้ชั้นผิว และดูดน้ำจากเซลล์ผิวรอบๆ คล้ายกับฟองน้ำที่ดูดน้ำแล้วพองขึ้น เมื่อฟูขึ้นจะเข้าไปเติมเต็มผิวหรือร่องริ้วรอยให้เต็มขึ้น ริ้วรอยหรือร่องลึกจึงตื้นขึ้น ยิ่งดื่มน้ำจะยิ่งทำให้พองตัว ฟูขึ้นได้ดี
Q: เข็มทู่คืออะไร ทำไมฉีดสารเติมเต็มต้องใช้เข็มทู่
A: เข็มทู่ หรือ Blunt Cannula คือเข็มที่มีปลายเข็มตัน ไม่คม จึงไม่สามารถเจาะทะลุเส้นเลือด และสามารถเลี้ยวหลบเส้นเลือดได้ สารเติมเต็มจะไหลออกทางรูข้างๆ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ปลายเข็ม การฉีดสารเติมเต็มใต้ตาและร่องแก้ม เป็นจุดที่ควรใช้เข็มทู่ในการฉีด เพราะเป็นจุดที่มีเส้นเลือดสำคัญที่เชื่อมกับตาและอวัยวะสำคัญบนหน้า ถ้าใช้เข็มแหลมจิ้มโดนเส้นเลือดแตก สารเติมเต็มจะอุดตันการไหลเวียนของเลือดทำให้ตาบอดได้
Q: ฉีดสารเติมเต็มทำให้ตาบอดจริงเหรอ
A: การฉีดสารเติมเต็มเข้าเส้นเลือดแดงหรือดำ ที่ส่งเลือดไปที่ตาทำให้ตาบอดได้ เพราะจะเข้าไปอุดตันการไหลเวียนของเลือดที่ส่งไปเลี้ยงจอประสาทตา ฉีดแล้วตาบอดเกิดขึ้นได้น้อยมาก และมักเกิดจากหมอที่ไม่มีประสบการณ์ วิธีป้องกันคือเลือกฉีดกับคุณหมอที่มีประสบการณ์สูง เลือกคลินิกที่ใช้เข็มทู่ในการฉีด ใช้สารเติมเต็มแท้ เป็นคลินิกที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย
Q: ฉีดสารเติมเต็มจมูกได้ไหม อันตรายจริงเหรอ
A: สารเติมเต็มจมูกเป็นหัตถการที่เสี่ยงทำให้ตาบอดและเนื้อเยื่อตายมากที่สุด แพทย์ส่วนใหญ่ไม่รับฉีดจมูก เพราะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดแดงส่งเลือดไปเลี้ยงตาและผิวบริเวณอื่นๆ บนใบหน้า ถ้าฉีดพลาดเข้าเส้นเลือดบริเวณนี้ สารเติมเต็มจะเข้าไปอุดตันเส้นเลือด ทำให้ตาบอด จมูกเน่า มีหนอง ผิวหนังขาดเลือดจนทำให้เนื้อเยื่อตายในที่สุด หลายเคสที่ฉีดจมูกแล้วไม่ตาบอด เมื่อเวลาผ่านไปก็ต้องเจอปัญหาสารเติมเต็มไหลมารวมกันที่ปลายจมูก ทำให้จมูกบวมแดง อักเสบ ถ้าปล่อยไว้อาจทำให้จมูกทะลุ จมูกเน่า คนที่เคยฉีดแล้วต้องการเสริมจมูกในอนาคต จะต้องฉีดสลายและขูดออกจนหมด ซึ่งต้องขูดเนื้อเยื่อดีออกไปด้วย ทำให้ผิวบาง มีผลต่อการยึดเกาะของแท่งซิลิโคน เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ ซีรีนคลินิกแนะนำให้ศัลยกรรมเสริมจมูกแทน
Q: สารเติมเต็มหน้าผาก อันตรายไหม
A: สารเติมเต็มหน้าผาก เป็นการเติมเต็มหน้าผากให้นูนได้รูปมากขึ้น แต่เป็นหัตถการที่ต้องฉีดกับหมอที่มีประสบการณ์สูง เพราะการฉีดหน้าผากเสี่ยงทำให้ตาบอดได้เหมือนกับสารเติมเต็มจมูก หน้าผากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดเชื่อมกับดวงตา ถ้าฉีดโดนเส้นเลือดสำคัญ สารเติมเต็มจะเข้าไปอุดตันการไหลเวียนของเลือดที่ส่งไปเลี้ยงจอประสาทตา ทำให้ตาบอดได้ แพทย์ส่วนใหญ่ไม่รับฉีดหน้าผาก เพราะมีความเสี่ยงสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ ซีรีนคลินิกแนะนำให้ศัลยกรรมตกแต่งแทน
Q: สารเติมเต็มปลอดภัยไหม อันตรายจริงไหม
A: สารเติมเต็มไม่อันตราย หากฉีดของแท้ กับคุณหมอที่มีประสบการณ์ ในคลินิกที่มีมาตรฐาน เพราะจริงๆ แล้วไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) คือสารที่มีอยู่แล้วในเซลล์ของเรา และสารเติมเต็มที่ผ่านการรับรองจาก อย. สามารถสลายเองได้ ไม่ตกค้างในร่างกาย และสามารถฉีดสลายทันทีได้เมื่อต้องการ โดยใช้เอนไซม์ที่เรียกว่าไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) สารเติมเต็มแท้ยังผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์กรด้านอาหารและยาของหลายๆ ประเทศ เช่น ไทย (TH.FDA) เกาหลี (KFDA) สหรัฐอเมริกา (US.FDA) ยุโรป EDQM จึงไม่อันตราย หากฉีดอย่างถูกวิธีกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
Q: สารเติมเต็มเหมาะกับใคร
A:
  • คนที่ต้องการเติมเต็มจุดต่างๆ ให้ดูเต็มมากขึ้น เช่น เติมปากให้อวบอิ่ม เติมร่องแก้มให้ตื้นขึ้น เติมใต้ตาให้เต็มขึ้น
  • คนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้รูปมากขึ้น จากปัญหาคางตัด ขมับตอบ แก้มตอบ กรอบหน้าไม่ชัด
  • คนที่ต้องการแก้ไขริ้วรอยตามจุดต่างๆ เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยหน้าผาก
  • คนที่ต้องการเติมเต็มผิวให้เรียบเนียน สม่ำเสมอ ผิวดูชุ่มชื่น
Q: เติมสารเติมเต็มบ่อยๆ ได้ไหม
A: การฉีดสารเติมเต็มบ่อยๆ ไม่อันตราย และสามารถทำได้ บางจุดสามารถเติมปีละ 1-2 ครั้งได้ เช่น สารเติมเต็มปาก หรือร่องแก้มที่อาจสลายจากการแสดงสีหน้าบ่อยๆ จุดอื่นๆ ก็สามารถเติมได้โดยให้หมอเป็นผู้ประเมิน สารเติมเต็มจะคงอยู่เพียง 12-18 เดือน เมื่อสลายก็สามารถฉีดใหม่ได้เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นอิ่มฟู เต่งตึง ชุ่มชื่นอยู่เสมอ
Q: ฉีดสารเติมเต็มหลายยี่ห้อได้ไหม
A: สามารถฉีดหลายยี่ห้อได้ โดยเว้นระยะเวลาให้สารเติมเต็มที่เคยฉีดสลายจนหมดก่อน หรือฉีดสลายที่ไม่ต้องการออกไป แล้วค่อยฉีดยี่ห้อใหม่ ที่เอามาฉีดใหม่ควรเป็นยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะกับปัญหานั้นๆ เพื่อให้เห็นผลชัดเจน
Q: ฉีดสารเติมเต็มรักษาหลุมสิวได้จริงเหรอ
A: สารเติมเต็มช่วยเติมเต็มหลุมสิวตื้นๆ ให้ดีขึ้นได้ ตัวที่นิยมใช้เติมหลุมสิว มีชื่อว่า Belotero Revive เป็นสารเติมเต็มที่ผลิตมาเพื่อเติมหลุมสิวตื้นๆ ให้เต็มขึ้นโดยเฉพาะ และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ไวขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื่นขึ้น สำหรับหลุมสิวลึกๆ ควรใช้เลเซอร์หลุมสิวคู่กับการตัดผังผืดใต้ผิว และเติมเต็มผิวด้วยสารเติมเต็ม จะช่วยให้หลุมสิวลึกๆ ตื้นขึ้นได้
Q: แพ้สารเติมเต็มคืออะไร รักษายังไง
A: แพ้สารเติมเต็ม เป็นผลข้างเคียงหลังฉีดที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก อาการที่พบส่วนใหญ่ เช่น แสบ คัน ปวด อักเสบ เป็นผื่นแดง วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด รู้สึกชานานกว่าปกติ ฯลฯ หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบแจ้งคลินิกที่ฉีดและรีบรักษาทันที
Q: ขูดสารเติมเต็มคืออะไร
A: การขูดสารเติมเต็ม คือ วิธีหนึ่งในการกำจัดสารเติมเต็มออกจากร่างกายโดยใช้อุปกรณ์เฉพาะในการขูด ในเคสที่ต้องการทำศัลยกรรม หรือกำจัดสารเติมเต็มปลอมที่เคยฉีดไป เพราะของปลอมจะไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ได้ ต้องเปิดแผลจุดที่ฉีด และขูดบริเวณนั้นออก ซีรีนคลินิกแนะนำให้ฉีดสารเติมเต็มแท้เพราะสามารถสลายออกได้หมดตามธรรมชาติ
Q: ซิลิโคนเหลวคืออะไร? ฉีดซิลิโคนเหลวทดแทนสารเติมเต็มได้ไหม?
A: ซิลิโคนเหลวเป็นสารอันตรายที่ไม่ควรนำมาฉีดเพื่อเสริมความงามในทุกกรณี และไม่สามารถฉีดซิลิโคนเหลวทดแทนสารเติมเต็มได้ เพราะซิลิโคนเหลวคือ Permanent Filler หรือสารเติมเต็มถาวรที่ไม่สามารถสลายเองได้ ไม่มียาสลาย ถึงจะไม่มีปัญหาในช่วงแรก แต่เมื่อผ่านไป 3-10 ปีมักไหลไปรวมกัน จับตัวเป็นก้อนทำให้ผิวนูน อักเสบและบวมแดง ติดเชื้อ ซิลิโคนเหลวแก้ไขและรักษาได้ยาก การขูดอาจไม่ช่วยกำจัดซิลิโคนเหลวจนหมดได้ การขูดและเลาะออกจะทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย เนื้อน้อยและบางลง
Q: ฉีดสารเติมเต็มปลอมอันตรายไหม
A: สารเติมเต็มปลอม คือสารแปลกปลอมที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีส่วนผสมของอะไรบ้าง และส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถฉีดสลาย หรือไม่สลายเองได้ ถ้าไม่ขูดออก ก็ต้องยอมให้สารปลอมอยู่ในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายอย่างมาก เช่น อุดตันเส้นเลือดทำให้ตาบอด เนื้อตาย เนื้อเน่า ผิวอักเสบเป็นหนอง เป็นก้อนทำให้ผิวเป็นตุ่มนูน หรือไหลทำให้หน้าเบี้ยว
Scroll to Top