ซีรีนคลินิก Zerene Clinic | เพื่อคุณคนใหม่ ที่มั่นใจกว่าเดิม – Sync Your Beauty Goals, Specialized Support

ไหมน้ำ · ร้อยไหม · Zerene Clinic ใกล้ BTS บางหว้า

ไหมน้ำ และร้อยไหม ยกกระชับหน้า: Sculptra, Juvelook, Belluxi และร้อยไหมก้างปลา ที่ Zerene Clinic ใกล้ BTS บางหว้า

ผิวเริ่มบาง ไม่อิ่มฟู ร่องแก้มลึกขึ้น รูขุมขนกว้าง หรือหน้าดูโทรมทั้งที่ทาครีมบำรุงทุกวัน สาเหตุหลักคือ คอลลาเจนในผิวที่ลดลงตามวัย ไหมน้ำ (Collagen Biostimulator) คือสารที่ฉีดเข้าใต้ผิวเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เอง ผิวจึงค่อย ๆ แน่น เรียบ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ที่ Zerene Clinic มีไหมน้ำให้เลือก 3 ตัวคือ Sculptra, Juvelook และ Belluxi และยังมี ร้อยไหมก้างปลา สำหรับคนที่อยากยกจุดหย่อนให้เห็นผลชัด แพทย์จะประเมินว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ หรือควรทำร่วมกัน

สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
  • ไหมน้ำไม่ใช่เส้นไหม แต่เป็น สารกระตุ้นคอลลาเจนแบบฉีด ที่ได้ชื่อนี้เพราะช่วยให้ผิวกระชับคล้ายการร้อยไหม
  • Sculptra (PLLA) เน้นฟื้นวอลุ่มและโครงหน้า · Juvelook (PDLLA + HA) เน้นผิวอิ่มฟู ผิวเนียน · Belluxi (PCL) เน้นผิวแน่น รูขุมขน และโทนผิว
  • ผลลัพธ์ค่อย ๆ เห็นภายใน 1–3 เดือน และอยู่ได้นานกว่าการเติมแบบทั่วไป
  • ร้อยไหม ใช้เส้นไหมละลายมีเงี่ยงดึงยกผิว เห็นผลยกทันที เหมาะกับแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด
  • แพทย์จะประเมินก่อนว่าควรใช้ไหมน้ำ ร้อยไหม หรือทำคู่กัน

ไหมน้ำ คืออะไร

ไหมน้ำ หรือ Collagen Biostimulator คือสารที่แพทย์ฉีดเข้าใต้ชั้นผิว สารจะไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้าง คอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปสารจะค่อย ๆ ย่อยสลายไปตามธรรมชาติ แต่คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นยังอยู่ ผิวจึงแน่นและหนาขึ้นจากภายใน

ต่างจากฟิลเลอร์ที่ เติมเต็มทันที ไหมน้ำคือการ ให้ผิวสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาเอง ผลลัพธ์จึงค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ และไม่ดูแข็งหรือ "รู้ว่าทำมา"

ไหมน้ำ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

  • ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
  • ผิวบาง ไม่อิ่มฟู
  • ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ขมับตอบ แก้มตอบ
  • ริ้วรอย ตีนกา
  • รูขุมขนกว้าง
  • ผิวหมองคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ
  • ผิวไม่เรียบ รอยสิวตื้น
  • ผิวลำคอ

ไหมน้ำมีกี่แบบ Sculptra, Juvelook, Belluxi ต่างกันอย่างไร

ไหมน้ำแต่ละยี่ห้อใช้สารต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาผิวต่างกัน แพทย์จะเลือกให้ตามสภาพผิวและเป้าหมายของคุณ

ยี่ห้อสารหลักเด่นเรื่องเหมาะกับ
SculptraPLLA (Poly-L-Lactic Acid)ฟื้นวอลุ่มที่หายไป ช่วยให้โครงหน้ากลับมาอิ่มหน้าตอบ ขมับตอบ แก้มแฟบ ผิวหย่อนจากการสูญเสียวอลุ่ม
JuvelookPDLLA + Hyaluronic Acidผิวอิ่มน้ำ เนียนขึ้น กระตุ้นคอลลาเจนพร้อมเติมความชุ่มชื้นผิวโทรม ผิวแห้ง รูขุมขนกว้าง รอยสิวตื้น ผิวไม่เรียบ
BelluxiPCL (Polycaprolactone)ผิวแน่น กระชับรูขุมขน ปรับโทนผิวให้สม่ำเสมอริ้วรอย ผิวหมอง รูขุมขนกว้าง ผิวขาดความกระชับ

Sculptra (สกัลป์ทรา)

Sculptra เป็นไหมน้ำชนิด PLLA ที่มีการใช้งานในวงการแพทย์มายาวนาน จุดเด่นคือช่วย ฟื้นฟูวอลุ่มและโครงสร้างใบหน้า ที่หายไปตามวัย เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ หรือใบหน้าที่ดูแฟบลง ผลลัพธ์ค่อย ๆ เกิดขึ้นในหลายสัปดาห์ และเมื่อทำครบตามแผนของแพทย์ ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 2 ปี

Juvelook (จูเวลุค)

Juvelook เป็นไหมน้ำจากเกาหลีใต้ที่ผสม PDLLA กับ Hyaluronic Acid (HA) โดย PDLLA ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน HA ช่วยเติมความชุ่มชื้น ผิวจึงดูอิ่มน้ำและเนียนขึ้น เหมาะกับคนที่อยากได้ ผิวสวยฉ่ำ เรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง

Belluxi (เบลลุคซี่)

Belluxi เป็นไหมน้ำชนิด PCL (Polycaprolactone) จากเกาหลีใต้ ที่พัฒนาให้อยู่ในรูป ของเหลวเต็มรูปแบบ จึงกระจายตัวในผิวได้สม่ำเสมอ PCL จะทำหน้าที่เป็นโครงชั่วคราวให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาแทน แล้วค่อย ๆ ย่อยสลายไปตามธรรมชาติ จุดเด่นคือช่วยเรื่อง ความแน่นของผิว รูขุมขน ริ้วรอย และโทนผิว ในภาพรวม ผลลัพธ์จึงดูดีขึ้นทั้งหน้าแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเติมหรือเป็นก้อน

  • บริเวณที่ทำได้: หน้าผาก ใต้ตา แก้ม รอบปาก และกรอบหน้า
  • จำนวนครั้ง: โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 3 ครั้ง เพื่อให้คอลลาเจนสะสมเต็มที่
  • ระยะเวลาคงอยู่: เมื่อทำครบตามแผน ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานถึงประมาณ 24 เดือน ขึ้นกับสภาพผิวและการดูแล
  • หลังทำ: งดแต่งหน้าอย่างน้อย 12 ชั่วโมง และ หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น แดดจัด ซาวน่า และเลเซอร์ ประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่กดหรือนวดบริเวณที่ฉีดเอง

ร้อยไหม คืออะไร (ร้อยไหมก้างปลา)

ร้อยไหม (Thread Lift) คือการสอดเส้นไหมละลายเข้าไปใต้ชั้นผิวด้วยเข็ม เส้นไหมที่นิยมใช้คือ ไหมเงี่ยง หรือ "ไหมก้างปลา" (Bidirectional Barbed Thread) ซึ่งมีเงี่ยงเล็ก ๆ ตลอดเส้น เงี่ยงจะเกี่ยวเนื้อเยื่อแล้ว ดึงยกผิวขึ้นตามแนวเส้นไหม จึงเห็นผลยกกระชับทันที และระหว่างที่ไหมค่อย ๆ ละลาย ร่างกายยังสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินรอบเส้นไหมช่วยประคองผิวต่อ

ร้อยไหม ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

  • แก้มหย่อน แก้มตก
  • กรอบหน้าไม่ชัด อยากหน้าเรียว V-Shape
  • เหนียง แนวกรามไม่คม
  • ร่องแก้ม มุมปากตก
  • หางตาตก คิ้วตก
  • ริ้วรอยบางจุด

เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อยากยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด และอยากเห็นผลเร็ว

วัสดุไหมมีกี่แบบ อยู่ได้นานแค่ไหน

วัสดุไหมลักษณะละลายหมดโดยประมาณ
PDO (Polydioxanone)นุ่ม ยืดหยุ่นดี นิยมใช้มากที่สุด6–8 เดือน
PLLA (Poly-L-Lactic Acid)แข็งแรง กระตุ้นคอลลาเจนดี แต่เปราะกว่า12–18 เดือน
PCL (Polycaprolactone)ยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับใบหน้า18–24 เดือน

ชื่อไหมที่เห็นตามโฆษณา เช่น 4D, 8D หรือชื่อเฉพาะของแต่ละคลินิก ส่วนใหญ่คือไหมเงี่ยงเหมือนกัน สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือ วัสดุ ขนาดเส้น และรูปแบบเงี่ยง โดยทั่วไปเส้นใหญ่และเงี่ยงใหญ่จะละลายช้าและอยู่ได้นานกว่า

รูปแบบเส้นไหมที่พบบ่อย

  • ไหมเงี่ยง / ไหมก้างปลา (Barbed / Cog): มีเงี่ยงเกี่ยวเนื้อเยื่อ ใช้ดึงยกแก้มและกรอบหน้า
  • ไหมเงี่ยง 3 มิติ: เงี่ยงแข็งแรง เหมาะกับแก้มตกหรือแนวกรามที่ไม่ชัด
  • ไหมเกลียว (Screw): เป็นเกลียว ช่วยเพิ่มความแน่นในจุดที่แฟบ
  • ไหมโคน (Cone): มีกรวยเล็ก ๆ ช่วยยึดเนื้อเยื่อ
  • ไหมเรียบ (Mono): ไม่มีเงี่ยง เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและริ้วรอย ไม่ได้ยก

ร้อยไหมใช้กี่เส้น

โดยทั่วไปใช้ประมาณ ข้างละ 3–10 เส้น แพทย์จะดูจากขนาดเนื้อแก้ม ความแน่นของผิว และจุดที่ต้องการยก คนที่แก้มหย่อนมากอาจต้องใช้เส้นที่แข็งแรงและจำนวนมากขึ้น

ขั้นตอนการร้อยไหม เจ็บไหม

  1. ประเมินโครงหน้ากับแพทย์
    ดูจุดหย่อน ความหนาของเนื้อแก้ม และวางแนวเส้นไหม
  2. ทำความสะอาดและฉีดยาชาเฉพาะที่
    ระหว่างทำจึงไม่เจ็บ แต่อาจรู้สึกถึงการสอดเส้นไหม
  3. สอดเส้นไหมตามแนวที่วางไว้
    ใช้เวลาประมาณ 45–60 นาที ขึ้นกับจำนวนเส้น
  4. ตรวจความสมดุลของใบหน้า
    ปรับแรงดึงแต่ละข้างให้สมดุล

ร้อยไหมบวมกี่วัน เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังทำทันที
เห็นหน้ายกกระชับขึ้น อาจบวม ตึง หรือช้ำ
3–4 วันแรก
บวมมากที่สุดแล้วค่อย ๆ ยุบ ถ้าหลังวันที่ 4 ยังบวมแดงและปวดมากขึ้น ควรกลับมาพบแพทย์
7–14 วัน
อาการบวมช้ำส่วนใหญ่หาย
2–4 สัปดาห์
หน้าเข้ารูป ผลลัพธ์ลงตัว
ระยะเวลาคงอยู่
ขึ้นกับวัสดุไหมและเนื้อเยื่อของแต่ละคน โดยทั่วไปทำซ้ำได้เมื่อผิวเริ่มกลับมาหย่อน เช่น ประมาณ 4–5 เดือนสำหรับ PDO และราว 12 เดือนสำหรับ PCL

ข้อห้ามและข้อควรระวังของการร้อยไหม

  • ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร (ควรปรึกษาแพทย์)
  • มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะร้อย
  • แพ้วัสดุเส้นไหม หรือแพ้ยาชา
  • มีภาวะเลือดออกง่าย หรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ความเสี่ยงที่อาจเกิดได้ ได้แก่ รอยบุ๋มตามแนวไหม ไหมเคลื่อน ไหมทะลุ หรือติดเชื้อ จึงควรทำกับแพทย์ที่ชำนาญและใช้ไหมละลายที่ได้มาตรฐาน

ก่อนและหลังร้อยไหม ต้องดูแลอย่างไร

  • ก่อนทำ: แจ้งแพทย์เรื่องยาและอาหารเสริมที่ใช้ แพทย์อาจแนะนำให้งดยาหรืออาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน วิตามินอี และโสม และงดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนทำ
  • 3 วันแรก: หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หัวเราะแรง หรือขยับหน้ามาก เพื่อไม่ให้ไหมเคลื่อน
  • ไม่แกะ เกา กด หรือนวดหน้า และประคบเย็นช่วงแรกเพื่อลดบวม
  • งดแอลกอฮอล์ และงดเลเซอร์หรือหัตถการที่ใช้ความร้อนบริเวณที่ร้อยประมาณ 2 เดือน
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่ง และมาตามนัดติดตามผล

ไหมน้ำ กับ ร้อยไหม ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนเพราะชื่อคล้ายกัน แต่ความจริงเป็นคนละหัตถการ ร้อยไหม คือการสอดเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงเข้าไปใต้ผิว เงี่ยงจะเกี่ยวเนื้อเยื่อแล้วดึงยกขึ้นตามแนวเส้นไหม ส่วน ไหมน้ำ ไม่มีเส้นไหมเลย เป็นสารแบบฉีดที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวจึงแน่นและกระชับขึ้นจากภายใน ชื่อ "ไหมน้ำ" มาจากผลที่ได้ใกล้เคียงการร้อยไหมแบบไม่ต้องใช้เส้นไหม

หัวข้อไหมน้ำร้อยไหม
รูปแบบสารเหลวฉีดเข้าใต้ผิวเส้นไหมละลาย (เช่น PDO, PLLA, PCL) มีเงี่ยง สอดด้วยเข็ม
หลักการกระตุ้นคอลลาเจน ผิวแน่นและหนาขึ้นทั่วบริเวณเงี่ยงเกี่ยวเนื้อเยื่อแล้ว ดึงยก ตามแนวเส้นไหม
เห็นผลค่อยเป็นค่อยไป 1–3 เดือนเห็นผลยกทันทีหลังทำ เข้ารูปใน 1 เดือน
ความรู้สึกทายาชา ตึงหรือจี๊ดเล็กน้อยต้องฉีดยาชา อาจรู้สึกขณะสอดเส้นไหม
บวมช้ำบวมช้ำเล็กน้อย 3–7 วันบวมช้ำได้มากกว่า อาจนานถึง 7–14 วัน รู้สึกถึงเส้นไหมช่วงแรก
ข้อควรระวังหลังทำนวดตามคำแนะนำ งดแอลกอฮอล์ 2–3 วันไม่ขยับหน้ามาก 3 วันแรก งดหัตถการความร้อนประมาณ 2 เดือน
ความเสี่ยงหลักตุ่มหรือก้อนใต้ผิวในบางกรณีรอยบุ๋มตามแนวไหม ไหมเคลื่อน ไหมทะลุ หรือติดเชื้อ
ผลอยู่ได้หลายเดือนถึงประมาณ 2 ปี ขึ้นกับชนิดสารขึ้นกับชนิดไหมและเนื้อเยื่อ ไหมละลายใน 4–12 เดือน
ผลลัพธ์ที่ได้ผิวแน่น อิ่มฟู เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติยกจุดที่หย่อนให้ชัด เช่น แก้มตก มุมปากตก หางตาตก

เลือกแบบไหนดี

  • เลือกไหมน้ำ ถ้าผิวเริ่มบาง ไม่อิ่ม หน้าตอบ ผิวโทรม รูขุมขนกว้าง และอยากได้ผลแบบค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ บวมช้ำน้อย
  • เลือกร้อยไหม ถ้ามีจุดหย่อนชัดที่อยากยกให้เห็นผลทันที เช่น แก้มตก มุมปากตก หรือกรอบหน้าไม่ชัด และรับช่วงบวมช้ำได้
  • ทำร่วมกันได้ ที่ Zerene Clinic มีทั้งไหมน้ำและร้อยไหม หลายคนได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ร้อยไหมยกจุดที่หย่อน แล้วใช้ไหมน้ำช่วยให้ผิวทั้งหน้าแน่นและหนาขึ้น แพทย์จะวางลำดับและระยะห่างให้เหมาะสม

ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ขึ้นกับโครงหน้า ความหย่อนคล้อย และความหนาของผิว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ

ไหมน้ำ vs ฟิลเลอร์ vs ร้อยไหม

หัวข้อไหมน้ำฟิลเลอร์ร้อยไหม
หลักการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเองเติมเต็มด้วยเจล HAใช้เส้นไหมดึงยกผิว
เห็นผลค่อย ๆ เห็นใน 1–3 เดือนทันทีทันที
ความเป็นธรรมชาติเป็นธรรมชาติมากขึ้นกับปริมาณและตำแหน่งอาจเห็นรอยดึงช่วงแรก
พักฟื้นน้อย อาจบวมช้ำเล็กน้อยน้อยอาจบวมตึงหลายวัน
เหมาะกับผิวบาง หน้าตอบ ผิวโทรม รูขุมขนกว้างร่องลึก ปรับรูปจุดเฉพาะ เช่น คาง จมูกผิวหย่อนที่ต้องการยกชัด

หลายคนได้ผลดีจากการทำร่วมกัน เช่น ไหมน้ำคู่กับ ฟิลเลอร์ หรือเครื่องยกกระชับอย่าง Oligio X และ อัลตราฟอร์เมอร์ แพทย์จะวางแผนให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน

ขั้นตอนการฉีดไหมน้ำที่ Zerene Clinic

  1. ปรึกษาและประเมินผิวกับแพทย์
    ดูความหนาของผิว วอลุ่มที่หายไป ความหย่อนคล้อย และเลือกยี่ห้อกับปริมาณที่เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดและทายาชา
    ช่วยลดความรู้สึกระหว่างฉีด
  3. ฉีดไหมน้ำตามตำแหน่งที่วางแผน
    แพทย์ใช้เข็มหรือแคนนูล่าฉีดกระจายในชั้นผิวที่เหมาะกับแต่ละสาร
  4. นวดและประคบเย็น
    ช่วยให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอและลดอาการบวม
  5. นัดติดตามผล
    ประเมินผลและวางแผนครั้งถัดไป

ฉีดไหมน้ำกี่ครั้ง เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังฉีดทันที
ผิวอาจดูอิ่มขึ้นจากน้ำที่ใช้ผสมสาร ซึ่งจะยุบลงใน 2–3 วัน
4–8 สัปดาห์
คอลลาเจนใหม่เริ่มสร้าง ผิวค่อย ๆ แน่นและอิ่มขึ้น
ประมาณ 3 เดือน
ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นหลังทำครบตามแผน
ระยะเวลาคงอยู่
โดยทั่วไปตั้งแต่หลายเดือนจนถึงประมาณ 2 ปี ขึ้นกับชนิดของสาร ปริมาณ และสภาพผิว

โดยทั่วไปแนะนำ 2–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนสะสมได้เต็มที่ จำนวนครั้งและปริมาณจริง แพทย์จะกำหนดตามผิวของแต่ละคน

ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ฉีดไหมน้ำเจ็บไหม ต้องพักฟื้นไหม

แพทย์จะทายาชาก่อนฉีด ระหว่างฉีดจึงรู้สึกตึงหรือจี๊ดเล็กน้อย หลังฉีดอาจมี บวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยตามจุดที่ฉีด ซึ่งมักดีขึ้นภายใน 3–7 วัน คนที่ผิวบางหรือช้ำง่ายอาจใช้เวลานานกว่านั้น ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ตามปกติ

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

  • บวม แดง ช้ำ หรือกดเจ็บบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการชั่วคราว
  • อาจเกิดตุ่มหรือก้อนใต้ผิวได้ในบางกรณี โดยเฉพาะถ้าสารไม่กระจายตัว จึงควรฉีดกับแพทย์ที่ชำนาญและทำตามคำแนะนำหลังฉีด
  • หากมีอาการปวดมาก บวมแดงร้อนผิดปกติ หรือมีไข้ ควรติดต่อคลินิกทันที

ไม่ควรฉีด หรือควรแจ้งแพทย์ก่อน

  • ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • มีการติดเชื้อ สิวอักเสบ หรือแผลบริเวณที่จะฉีด
  • แพ้ส่วนประกอบของสาร
  • มีโรคภูมิคุ้มกันบางชนิด หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์
  • ใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

ดูแลตัวเองหลังฉีดไหมน้ำ

  • นวดเฉพาะเมื่อแพทย์แนะนำ การดูแลหลังฉีดแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน เช่น Sculptra ที่มักแนะนำให้นวดสม่ำเสมอในช่วงแรก เช่น หลักการ "5-5-5" (นวดครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน) เพื่อช่วยให้สารกระจายตัว ส่วน Belluxi ไม่ควรกดหรือนวดเอง และควรเลี่ยงความร้อนประมาณ 2 สัปดาห์
  • ประคบเย็นช่วง 24 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวม
  • งดแต่งหน้าหรือทาครีมบริเวณจุดฉีดประมาณ 24 ชั่วโมง
  • งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และแอลกอฮอล์ 2–3 วัน
  • งดสกินแคร์ผลัดเซลล์ เช่น AHA, BHA และเรตินอล 1–2 วัน
  • ดื่มน้ำมาก ๆ ทาครีมกันแดด และมาตามนัดติดตามผล

ไหมน้ำ และร้อยไหม ใกล้ BTS บางหว้า ที่ Zerene Clinic

Zerene Clinic (ซีรีนคลินิกเวชกรรม) อยู่บนถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ เดินทางสะดวกจาก BTS บางหว้า และ MRT บางไผ่ มีไหมน้ำให้เลือกทั้ง Sculptra, Juvelook และ Belluxi และบริการ ร้อยไหมก้างปลา ทำโดยแพทย์ทุกครั้ง ตั้งแต่ประเมินผิว เลือกชนิดสารที่เหมาะสม จนถึงติดตามผล เหมาะสำหรับคนที่อยู่ย่านบางหว้า บางแค ภาษีเจริญ ตลาดพลู และฝั่งธนบุรี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไหมน้ำ

ไหมน้ำ คืออะไร

ไหมน้ำคือสารกระตุ้นคอลลาเจนแบบฉีด (Collagen Biostimulator) ช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวจึงแน่น อิ่ม และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เส้นไหมแบบการร้อยไหม

Sculptra, Juvelook, Belluxi ต่างกันอย่างไร

Sculptra เป็น PLLA เด่นเรื่องฟื้นวอลุ่มและโครงหน้า Juvelook เป็น PDLLA ผสม HA เด่นเรื่องผิวอิ่มน้ำและเนียน ส่วน Belluxi เป็น PCL เด่นเรื่องความกระชับ รูขุมขน และโทนผิว แพทย์จะเลือกให้ตามสภาพผิว

ไหมน้ำยี่ห้อไหนดี

ไม่มียี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ขึ้นกับปัญหาผิว ถ้าหน้าตอบหรือวอลุ่มหายมักเลือก Sculptra ถ้าอยากได้ผิวฉ่ำเนียนมักเลือก Juvelook ถ้าเน้นผิวแน่นและรูขุมขนอาจเลือก Belluxi ควรให้แพทย์ประเมินก่อน

Belluxi ต้องทำกี่ครั้ง อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 3 ครั้ง ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นตามคอลลาเจนที่สร้างใหม่ และเมื่อทำครบตามแผนอาจอยู่ได้นานถึงประมาณ 24 เดือน ขึ้นกับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละคน

ฉีดไหมน้ำกี่ครั้งถึงเห็นผล

โดยทั่วไป 2–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4–6 สัปดาห์ ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นในราว 1–3 เดือน

ไหมน้ำอยู่ได้นานแค่ไหน

ขึ้นกับชนิดของสาร ปริมาณ และสภาพผิว โดยทั่วไปอยู่ได้ตั้งแต่หลายเดือนจนถึงประมาณ 2 ปีหลังทำครบตามแผน

ฉีดไหมน้ำเจ็บไหม

แพทย์ทายาชาก่อนฉีด จึงรู้สึกตึงหรือจี๊ดเล็กน้อย หลังฉีดอาจบวมหรือช้ำเล็กน้อย 3–7 วัน

ร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน

ขึ้นกับวัสดุไหมและเนื้อเยื่อของแต่ละคน ไหม PDO ละลายในประมาณ 6–8 เดือน PLLA 12–18 เดือน และ PCL 18–24 เดือน โดยทั่วไปทำซ้ำได้เมื่อผิวเริ่มกลับมาหย่อน ตามที่แพทย์ประเมิน

ร้อยไหมบวมกี่วัน

บวมมากที่สุดช่วง 3–4 วันแรก และส่วนใหญ่หายภายใน 7–14 วัน หน้าเข้ารูปใน 2–4 สัปดาห์ ถ้าหลังวันที่ 4 ยังบวมแดงและปวดมากขึ้น ควรกลับมาพบแพทย์

ร้อยไหมเจ็บไหม

แพทย์ฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนทำ ระหว่างทำจึงไม่เจ็บ แต่อาจรู้สึกถึงการสอดเส้นไหม ใช้เวลาประมาณ 45–60 นาที

ร้อยไหมต้องใช้กี่เส้น

โดยทั่วไปประมาณข้างละ 3–10 เส้น ขึ้นกับขนาดเนื้อแก้ม ความแน่นของผิว และจุดที่ต้องการยก แพทย์จะประเมินให้

ไหมน้ำกับร้อยไหมต่างกันอย่างไร

ร้อยไหมคือการสอดเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงเข้าใต้ผิวเพื่อดึงยก เห็นผลทันทีแต่บวมช้ำได้มากกว่า ส่วนไหมน้ำเป็นสารฉีดที่ไม่มีเส้นไหม กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ บวมช้ำน้อยกว่า

ไหมน้ำใช้แทนร้อยไหมได้ไหม

ขึ้นกับปัญหาผิว ถ้าผิวบาง หน้าตอบ หรือหย่อนเล็กน้อย ไหมน้ำอาจเพียงพอ แต่ถ้ามีจุดหย่อนชัดที่ต้องการยกทันที ร้อยไหมจะเห็นผลชัดกว่า หลายคนจึงทำร่วมกันตามแผนของแพทย์

ไหมน้ำกับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร

ฟิลเลอร์เติมเต็มและเห็นผลทันที เหมาะกับร่องลึกหรือปรับรูปเฉพาะจุด ส่วนไหมน้ำกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติ สามารถทำร่วมกันได้ตามคำแนะนำของแพทย์

ไหมน้ำ ร้อยไหม ใกล้ BTS บางหว้า ที่ไหนดี

Zerene Clinic อยู่บนถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ เดินทางสะดวกจาก BTS บางหว้า และ MRT บางไผ่ มีไหมน้ำ Sculptra, Juvelook, Belluxi และร้อยไหมก้างปลา ทำโดยแพทย์ ปรึกษาได้ทาง LINE @zereneclinic หรือโทร 088-772-6680

ปรึกษาแพทย์เรื่องไหมน้ำและร้อยไหมฟรี

ไม่แน่ใจว่าควรเลือกไหมน้ำตัวไหน หรือควรร้อยไหม ทักมาให้แพทย์ประเมินก่อนได้ ไม่มีข้อผูกมัดค่ะ

ทัก LINE @zereneclinic

Zerene Clinic · 185 ถนนเพชรเกษม แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160
ใกล้ BTS บางหว้า / MRT บางไผ่ · โทร. 088-772-6680

ข้อมูลในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การรักษาขึ้นอยู่กับการประเมินและดุลยพินิจของแพทย์

Scroll to Top