



Oligio X คืออะไร? ยกกระชับหน้า ลดแก้ม ลดเหนียง ด้วย RF รุ่นใหม่ ที่ Zerene Clinic ใกล้ BTS บางหว้า
ผิวเริ่มหย่อน แก้มเริ่มตก กรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม หรือมีเหนียงใต้คางทั้งที่น้ำหนักไม่ได้ขึ้น ปัญหาเหล่านี้เกิดจากคอลลาเจนใต้ผิวที่ลดลงตามวัย Oligio X (โอลิจิโอ เอ็กซ์) คือเครื่องยกกระชับผิวที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเรื่องนี้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ

- Oligio X เป็นเครื่อง Monopolar RF รุ่นอัปเกรดจาก Oligio รุ่นเดิม ผลิตโดย Wontech ประเทศเกาหลีใต้
- ใช้ความร้อนกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยยกกระชับผิว และช่วยลดไขมันชั้นตื้นบริเวณแก้มและเหนียง
- มีระบบทำความเย็นระหว่างยิง จึงรู้สึกอุ่น ๆ มากกว่าเจ็บ และไม่ต้องพักฟื้น
- ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นในราว 2–3 เดือน จำนวนช็อตแพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
- ที่ Zerene Clinic แนะนำทำ Oligio X คู่กับ Ultraformer III เพื่อดูแลผิวทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกในครั้งเดียว
Oligio X คืออะไร
Oligio X คือเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency) ที่ความถี่ 6.78 MHz ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ผิวจึงกลับมาแน่นและกระชับขึ้นจากภายใน
เมื่อเทียบกับ Oligio รุ่นเดิม Oligio X พัฒนาเรื่องการควบคุมพลังงาน ระบบทำความเย็น และความเร็วในการประมวลผล ทำให้แพทย์ส่งพลังงานได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกในการทำครั้งเดียว
Oligio X ทำงานอย่างไร

1. ผิวกระชับขึ้นจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม
ความร้อนจากคลื่น RF ทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัว หลายคนจึงรู้สึกว่าผิวตึงขึ้นตั้งแต่หลังทำ
2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis)
ความร้อนกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา ไม่ได้หยุดแค่วันที่ทำ
3. ช่วยลดไขมันชั้นตื้นเฉพาะจุด
พลังงานที่ลงถึงชั้นไขมันใต้ผิวช่วยให้ไขมันบริเวณแก้มและเหนียงลดลง กรอบหน้าและแนวกรามจึงดูชัดขึ้น เหมาะกับคนที่มีไขมันชั้นตื้นถึงปานกลาง
จุดเด่นของ Oligio X

Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร
| หัวข้อ | Oligio รุ่นเดิม | Oligio X |
|---|---|---|
| ชนิดพลังงาน | Monopolar RF | Monopolar RF |
| โหมดการยิง | โหมดมาตรฐาน | GXG Dual Mode (ชั้นตื้น + ชั้นลึก) |
| ระบบทำความเย็น | มีระบบทำความเย็น | Intensive Cooling System ที่เย็นต่อเนื่องกว่า |
| ความรู้สึกระหว่างทำ | อุ่น อาจร้อนในบางจุด | อุ่นสบายขึ้น |
| จุดเน้น | กระชับผิว | กระชับผิว + ช่วยลดไขมันชั้นตื้น |
ทั้งสองรุ่นใช้พลังงานชนิดเดียวกัน ความต่างหลักอยู่ที่การควบคุมพลังงานและระบบทำความเย็น
Oligio X ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
- ผิวหน้าหย่อนคล้อย
- แก้มตก
- เหนียง ไขมันใต้คาง
- กรอบหน้าไม่ชัด
- ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
- หางตาตก คิ้วตก
- ริ้วรอยตื้น ตีนกา
- รูขุมขนกว้าง
- อยากได้หน้าเรียว V-Shape
- ผิวลำคอหย่อน
Oligio X เหมาะกับใคร
- ผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง (โดยทั่วไปเริ่มเห็นตั้งแต่อายุ 25–30 ปีขึ้นไป)
- ผู้ที่มีแก้มหรือเหนียงจากไขมันชั้นตื้น และอยากให้กรอบหน้าชัดขึ้น
- ผู้ที่อยากยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด ไม่อยากมีแผล และไม่มีเวลาพักฟื้น
- ผู้ที่อยากดูแลผิวระยะยาว ชะลอความหย่อนคล้อยก่อนจะชัดขึ้น
- ทั้งผู้หญิงและผู้ชายทำได้
ถ้าผิวหย่อนมากหรือไขมันสะสมหนา แพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกับวิธีอื่น เช่น อัลตราฟอร์เมอร์ (HIFU) ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นพังผืด เพื่อให้ได้ผลที่เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน
ข้อห้ามและข้อควรระวังก่อนทำ Oligio X
ไม่แนะนำให้ทำ
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- ผู้ที่มีโลหะฝังบริเวณที่ทำ หรือเคยร้อยไหมชนิดโลหะ
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผิวที่มีแผลเปิด การติดเชื้อ ผื่นอักเสบ หรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่ทำ
- ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคลมชัก
ควรแจ้งแพทย์ก่อน
- โรคภูมิคุ้มกันบางชนิด เช่น SLE หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันเป็นประจำ
- ประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ หรือเริมบริเวณใบหน้า
- เพิ่งฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือผ่าตัดบริเวณใบหน้า
- ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
ขั้นตอนการทำ Oligio X ที่ Zerene Clinic
- ปรึกษาและประเมินผิวกับแพทย์
แพทย์ดูระดับความหย่อนคล้อย ความหนาของไขมัน โครงหน้า และประวัติการทำหัตถการ - วางแผนจำนวนช็อตและตำแหน่ง
กำหนดจุดที่ต้องการยก เช่น กรอบหน้า แก้ม ใต้คาง และเลือกโหมดให้เหมาะกับผิว - ทำความสะอาดและเตรียมผิว
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา เพราะเครื่องมีระบบทำความเย็น - ยิงพลังงานตามแผน
ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นใต้ผิวเป็นจังหวะ ระยะเวลาขึ้นกับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ - ติดตามผลหลังทำ
แพทย์นัดดูผลและแนะนำการดูแลผิวต่อเนื่อง
ทำ Oligio X เจ็บไหม ต้องพักฟื้นไหม
คนส่วนใหญ่รู้สึก อุ่น ๆ ใต้ผิว และอาจรู้สึกร้อนขึ้นเป็นจังหวะในบางจุด เช่น แนวกราม แต่ระบบทำความเย็นช่วยให้ทนได้สบาย หลังทำอาจมีผิวแดงหรืออุ่นเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วัน ไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าและทำงานต่อได้ตามปกติ
Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
ผิวรู้สึกตึงและเฟิร์มขึ้นจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม
คอลลาเจนใหม่เริ่มสร้าง ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้น
ผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ กรอบหน้าดูชัดขึ้น
โดยทั่วไปประมาณ 8–12 เดือน ขึ้นกับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเอง แพทย์มักแนะนำให้ทำซ้ำราวปีละ 1 ครั้งเพื่อคงผล
ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
Oligio X ต้องทำกี่ช็อต
จำนวนช็อตขึ้นกับบริเวณที่ทำ ความหย่อนคล้อย และความหนาของไขมัน ตัวอย่างโดยทั่วไป เช่น
| บริเวณ | จำนวนช็อตโดยประมาณ |
|---|---|
| รอบดวงตา / เฉพาะจุด | 100–300 ช็อต |
| ทั่วใบหน้า | 300–600 ช็อต |
| ใบหน้าและลำคอ | 600–900 ช็อต |
ที่ Zerene Clinic แพทย์จะประเมินผิวก่อนทุกครั้ง แล้วแนะนำจำนวนช็อตที่เหมาะกับคุณ ไม่ต้องเลือกเอง
Oligio X ต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นอย่างไร
| เครื่อง | ชนิดพลังงาน | จุดเด่น |
|---|---|---|
| Oligio X | Monopolar RF + ระบบทำความเย็น | กระชับผิวชั้นหนังแท้ ช่วยลดไขมันชั้นตื้น ไม่มีเข็ม |
| HIFU / อัลตราฟอร์เมอร์ | คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัส | ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นพังผืด (SMAS) เหมาะกับการยกโครงหน้า |
| Thermage | Monopolar RF | กระชับผิวชั้นหนังแท้ กระตุ้นคอลลาเจน |
| RF Microneedle | RF ผ่านเข็มขนาดเล็ก | เหมาะกับหลุมสิว ผิวไม่เรียบ และริ้วรอยลึก |
แต่ละเครื่องทำงานคนละชั้นผิว หลายคนจึงได้ผลดีจากการทำร่วมกัน ส่วนจะเลือกเครื่องไหนขึ้นกับปัญหาและโครงหน้า ให้แพทย์ประเมินก่อนเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ทำไม Zerene แนะนำทำ Oligio X คู่กับ Ultraformer III
ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดที่ชั้นเดียว ผิวด้านบนบางลง ไขมันใต้ผิวเคลื่อนตัว และชั้นพังผืดที่ยึดโครงหน้าก็หย่อนตามวัย การใช้เครื่องเดียวจึงอาจได้ผลไม่ครบ ที่ Zerene Clinic แพทย์จึงจับคู่ 2 เทคโนโลยีที่ทำงานคนละชั้นผิวมาเสริมกัน
แพทย์จะประเมินก่อนว่าคุณเหมาะกับการทำคู่กัน หรือทำเครื่องเดียวก็เพียงพอ และวางจำนวนช็อตของแต่ละเครื่องให้เหมาะกับโครงหน้าของคุณ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โปรแกรมอัลตราฟอร์เมอร์
แพ็กเกจและราคา Oligio X ที่ Zerene Clinic
| แพ็กเกจ | รายละเอียด | ราคา |
|---|---|---|
| Size M · แบบที่ 1 | Oligio X 900 ช็อต | 43,499 บาท |
| Size M · แบบที่ 2 | Oligio X 600 ช็อต + Ultraformer III 500 ช็อต | 43,499 บาท |
| Size L | Oligio X 900 ช็อต + Ultraformer III 900 ช็อต | 53,900 บาท |
ราคาและโปรโมชันอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา สอบถามโปรโมชันประจำเดือนได้ทาง LINE @zereneclinic แพทย์จะประเมินผิวก่อนแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณ
การเตรียมตัวก่อนและดูแลหลังทำ Oligio X
ก่อนทำ
- งดเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่รุนแรงประมาณ 1–2 สัปดาห์
- งดสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว เช่น กรดผลไม้ หรือเรตินอล 3–5 วัน
- หลีกเลี่ยงแดดจัด พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ
- แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และหัตถการที่เคยทำ
หลังทำ
- 24–48 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และการออกกำลังกายหนัก
- ถ้าผิวแดงหรืออุ่น ประคบเย็นเบา ๆ ได้
- ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
- เลี่ยงผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ ประมาณ 1–2 สัปดาห์
ทำ Oligio X ที่ไหนดี
ก่อนเลือกคลินิก ควรเช็คให้แน่ใจว่า
- เป็นคลินิกเวชกรรมที่มีใบอนุญาต และทำโดยแพทย์
- ใช้เครื่องแท้ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง พร้อมหัวทรีตเมนต์ของแท้
- แพทย์ประเมินผิวก่อนทำ และมีการนัดติดตามผลหลังทำ
Zerene Clinic (ซีรีนคลินิกเวชกรรม) คลินิกเวชกรรมบนถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ เดินทางสะดวกจาก BTS บางหว้า และ MRT บางไผ่ ดูแลโดยแพทย์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ประเมินผิว วางแผนการยิง จนถึงติดตามผล เหมาะสำหรับคนที่อยู่ย่านบางหว้า บางแค ภาษีเจริญ ตลาดพลู และฝั่งธนบุรี

ใบรับแจ้งรายการละเอียด เลขที่ 68-2-2-2-0009781 · นำเข้าโดย บริษัท วอนเทค เอเชีย จำกัด
อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้
ข้อห้ามใช้: การติดเชื้อที่กำลังดำเนินอยู่ · ผิวหนังเปิดบริเวณที่ทำการรักษา · โลหะที่ฝังอยู่ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ในบริเวณที่ทำการรักษา
คำเตือน: ห้ามรักษาบริเวณเดียวกันนานเกินไป เพราะความร้อนจาก RF อาจทำให้ผิวหนังเสียหาย
นอกจาก Oligio X ที่คลินิกยังมีโปรแกรม โบทูลินัมท็อกซิน ฟิลเลอร์ และ อัลตราฟอร์เมอร์ ซึ่งแพทย์สามารถวางแผนร่วมกันให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio X
Oligio X คืออะไร
Oligio X คือเครื่องยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัด ใช้คลื่น Monopolar RF ส่งความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวกระชับ และช่วยลดไขมันชั้นตื้นบริเวณแก้มและเหนียง
ทำ Oligio X เจ็บไหม
ส่วนใหญ่รู้สึกอุ่นใต้ผิว อาจร้อนเป็นจังหวะในบางจุด แต่เครื่องมีระบบทำความเย็นระหว่างยิง คนส่วนใหญ่จึงไม่ต้องใช้ยาชา
ทำ Oligio X ต้องพักฟื้นไหม
ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำอาจมีผิวแดงเล็กน้อยซึ่งหายได้เอง แต่งหน้าและทำงานได้ตามปกติ
Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
ผิวรู้สึกกระชับขึ้นหลังทำ และผลชัดเจนในราว 3 เดือน โดยทั่วไปผลอยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือน ขึ้นกับสภาพผิวและการดูแล
Oligio X ควรทำบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำประมาณปีละ 1 ครั้งเพื่อคงผล แต่แพทย์จะประเมินตามสภาพผิวของแต่ละคน
Oligio X ช่วยลดเหนียงได้ไหม
ช่วยได้ในกรณีที่เหนียงเกิดจากไขมันชั้นตื้นและผิวหย่อน ถ้าไขมันหนามาก แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่นร่วมด้วย
ทำ Oligio X ร่วมกับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ไหม
ทำร่วมกันได้ แต่ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะอาจต้องเว้นระยะหรือวางลำดับการทำให้เหมาะสม
Oligio X ราคาเท่าไหร่
ที่ Zerene Clinic มีทั้งแบบ Oligio X อย่างเดียว และแบบเซ็ตคู่ Ultraformer III ราคาขึ้นกับจำนวนช็อต ดูแพ็กเกจในหน้านี้ หรือสอบถามโปรโมชันประจำเดือนทาง LINE @zereneclinic
ทำ Oligio X คู่กับ Ultraformer ดีกว่าทำอย่างเดียวไหม
สองเครื่องทำงานคนละชั้นผิว Ultraformer III ยกโครงจากชั้นพังผืด ส่วน Oligio X กระชับชั้นหนังแท้และไขมันชั้นตื้น การทำคู่กันจึงดูแลได้ครบกว่าในหลายคน แต่แพทย์จะประเมินก่อนว่าคุณจำเป็นต้องทำคู่หรือไม่
ทำ Oligio X กับ Ultraformer วันเดียวกันได้ไหม
โดยทั่วไปทำในวันเดียวกันได้ แพทย์จะวางลำดับการทำและพลังงานของแต่ละเครื่องให้เหมาะกับผิวของคุณ
ผู้ชายทำ Oligio X ได้ไหม
ได้ ผู้ชายที่มีปัญหาแก้มหย่อน เหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัดก็ทำได้เช่นกัน
ทำ Oligio X ใกล้ BTS บางหว้าได้ที่ไหน
Zerene Clinic อยู่บนถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ เดินทางสะดวกจาก BTS บางหว้า และ MRT บางไผ่ ปรึกษาแพทย์ได้ทาง LINE @zereneclinic หรือโทร 088-772-6680
ปรึกษาแพทย์เรื่อง Oligio X ฟรี
ไม่แน่ใจว่าผิวของคุณเหมาะกับ Oligio X หรือต้องใช้กี่ช็อต ทักมาคุยกับแพทย์ก่อนได้ ไม่มีข้อผูกมัดค่ะ
ทัก LINE @zereneclinicZerene Clinic · 185 ถนนเพชรเกษม แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160
ใกล้ BTS บางหว้า / MRT บางไผ่ · โทร. 088-772-6680
ข้อมูลในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การรักษาขึ้นอยู่กับการประเมินและดุลยพินิจของแพทย์